หายไปทำธุระ (ที่ไม่ได้เกี่ยวกับธุระกิจแฟชั่นใดๆ) ที่สิงคโปร์มา 3 วัน หลังจากที่ไปสิงคโปร์ครั้งสุดท้ายเมื่อ 6 ปีที่แล้ว สิงค์โปร์ในปี 2013 เปลี่ยนไปหลายอย่างมีทั้งด้านดี และไม่ดี ต้นไม้ และแลนด์สเคปเมืองนี้ ยังคงสวย หรือสวยมากกว่าเดิม คงมีแต่งบประมาณอย่างเดียวไม่ได้ ต้องมีใจรัก และรสนิยมด้วย ไม่ใช่มีสวนหย่อม แล้วปล่อยให้หญ้าตายขยะเกลื่อนแบบบางประเทศ..5 ..5 ..5

มาๆ ..ไปเที่ยวสิงคโปร์ กับดิฉันแบบสั้นๆ กันคะ ห้างส่วนใหญ่แบรนด์แทบ .. ไม่มีแบรนด์อะไรแตกต่างไปจากเมืองไทย แต่แตกต่างกันด้วยขนาดพื้นที่ของร้าน, การบริการ และจำนวนของสินค้า บางอย่าง .. บางแบรนด์ .. แพงกว่าเมืองไทยเป็นพันก็มี ซึ่งน่าจะเกิดจากที่สินค้าแบรนด์นั้นๆ ทางสิงคโปร์ไม่ได้เป็นผู้นำเข้าเอง  แต่ที่ดีกว่าจนไม่สามารถยกเอาเรื่องราคาที่แพงกว่าขึ้นมาอ้างได้ ก็คือ จำนวน ของสินค้าและการบริการ พนักงานส่วนใหญ่หน้าตาสวยงาม .. แม้จะไม่เท่าเกาหลีก็เถอะ พูดเพราะ, ภาษาอังกฤษดี ไม่ได้เป็นอังกฤษสำเนียงสิงคโปร์แบบสมัยก่อน แล้วสินค้าส่วนใหญ่ที่ได้เห็นหลายๆ แบรนด์จะมีครบสี, ครบไซส์ และจะมีชิ้นใหม่ แกะกล่องให้ลูกค้าเสมอ ไม่ใช่แบบว่า .. มีเข้ามาชิ้นเดียว, สีเดียว หรือเหลือชิ้นสุดท้ายที่โชว์แล้วคะ  .. นี่ขายลูกชิ้นปิ้งเหรอยะหล่อน..5 ..5 ..5 สินค้าที่จะทำการขอคืนภาษี (GST Refund)ได้ต้องมีราคาตั้งแต่ 100 เหรียญสิงคโปร์ (99.95 ก็ไม่ได้คะ..5 ..5 ..5) โดยสินค้าที่ต้องการคืนภาษี ต้องนำตัวสินค้าไปแสดง (สำแดง?..อะไรซัมติง) ที่ เคาน์เตอร์ “GST Refund” ก่อนทำการเช็คอินที่สนามบินด้วยคะ

โรงแรมส่วนใหญ่ และสนามบินมี” Wi-Fi” ให้ใช้ฟรี โดยที่สนามบิน “Changi” นั้น ไม่ต้องใช้ “ID” และ “Password” ใดๆเหมือนกับในโรงแรม เพียงแค่เปิด “Wi-Fi” แล้วเลือก “#Wi-Fi@Changi” ก็สามารถใช้ได้เลย โดยความเร็วนั้น ..เร็วกว่าของ “Dtac” ที่เสียเงินใช้อยู่เสียอีก ..5 ..5 ..5 ถ้าไปไหนมาไหนไม่หยุดแบบว่าออนทัวร์รอบเกาะแล้วไปคนเดียวในระยะเวลา 3 วัน 2 คืนควรซื้อบัตร “Singapore Tourist Pass” เพราะขึ้นได้ไม่จำกัดจำนวนเที่ยวในระยะเวลา 3 วัน โดยบัตร “Singapore Tourist Pass” สำหรับ 3 วันอยู่ที่ราคา 30 เหรียญสิงคโปร์ (มีให้เลือกแบบ 1 และ 2 วันด้วยคะ) ซึ่งสามารถนำบัตรไปคืนได้ในวันกลับ และจะได้รับค่ามัดจำบัตรคืน 10 เหรียญ ข้อดีของบัตรนี้ คือ ไม่ต้องเข้าคิวซื้อตั๋ว, ไม่ต้องคิดมาก เมื่อลงผิดสถานีก็ ขึ้นใหม่เข้าๆ ออกๆ ขึ้นๆ ลงๆ สนุกสนาน และไม่เหลือเหรียญเศษเล็กเศษน้อยแบบซื้อ ตั๋วต่อเที่ยวให้มาเป็นภาระ นอกจากบัตรนี้จะใช้ได้กับ “MRT” แล้วยังใช้ได้กับรถเมล์ และ “LRT” อีกด้วยคะ มีสถานีเดียวในสิงคโปร์ที่ใช้บัตรนี้ไม่ได้คือ “Sentosa Express”  ซึ่งแยกออกมาต่างหากต้องซื้อบัตรใหม่อีก 4 เหรียญสิงคโปร์คะ

สิงคโปร์เป็นเมืองที่ค่าครองชีพสูง คือ ไปแล้วห้ามคิดมากคิดจุกจิกนั่นนี่ อาจพาลทำให้นอนไม่หลับท้องผูกเที่ยวไม่สนุก ..5 ..5 ..5 ก่อนไปครั้งนี้ก็ซื้อหนังสือท่องเที่ยวสิงคโปร์มาอ่าน เนื่องจากไม่มั่น ใจ (ไว้จะเผาให้ฟังในภายหลัง ..5 ..5 ..5) เพราะไม่ได้ไปมาตั้ง 6 ปี แต่พอหลังจากอ่านจบ.. เสียดายตังนะ หาอ่านเอาในเนตข้อมูลยังจะอัพเดทซะกว่า ส่วนตัวช่วยในการไปเที่ยวแน่นอนสมัยนี้ เขาไม่กางแผนที่กันแล้ว ไม่งั้นเราจะซื้อโทรศัพท์แพงๆ มาทำซากอะไร? .. ถ่ายหน้าตัวเอง? ..ถ่าย หมา? ..5 ..5 ..5 ” Application” ที่จัดว่าดี (อาจมีดีกว่าแต่หายังไม่เจอ ..5 ..5 ..5) สำหรับการไป สิงคโปร์ก็คือ “Explore Singapore” และ “Streetdirectory” โดยที่ “Explore Singapore” นั้นคือ แผนที่รถไฟใต้ดิน (MRT) สามารถใช้ได้กับโทรศัพท์ทุกประเภท ส่วน “Streetdirectory” นั้น เป็นแผนที่เมืองสิงคโปร์แบบละเอียด เพียงแค่กรอกชื่อสถานที่ลงไป แผนที่ก็จะแสดงตำแหน่งของจุดที่เราจะไปอย่างแม่นยำ อุ้ย..ยาวไปละ..ว่าจะเขียนสั้นๆ แล้วเชียว.. นี่ยาวจนจะพิมพ์เป็นพ๊อคเก็ตบุ๊ค นำเที่ยวสิงคโปร์ได้แล้ว ..5..5..5

Picture : Foxy Lady

Concept_014_2_1_11