fashFashionShow : SWU, FASH 14  THE graduate Fash Presentation
Academy : SWU, Srinakharinwirot University
Venue : TCDC
Date/Time : 2 April 2014, 17.30

SWU, FASH 14  THE graduate Fash Presentation

Photo by Jade & Tony

ด้วยวิชาเอกการออกแบบแฟชั่น สาขาการออกแบบทัศนศิลป์ คณะศิลปกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ จัดโครงการบริการวิชาการแก่ชุมชน เพื่อเผยแพร่องค์ความรู้การออกแบบแฟชั่นในระดับชาติ (เครื่องนุ่งห่ม) : แฟชั่นโชว์  ในงาน SINGHA Present  FASH 14 : THE graduate FASH PRESENTATION  ที่จะประกอบไปด้วยผลงานแฟชั่นนิพนธ์ นิสิตวิชาเอกการออกแบบแฟชั่น ชั้นปีที่ 4  คณะศิลปกรรมศาสตร์  มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ  เป็นผลงานเสื้อผ้าเครื่องแต่งกายจำนวนกว่า 300 ชุด โดยจัดในรูปแบบแฟชั่นโชว์ โดยนางแบบชั้นนำระดับประเทศและนางแบบต่างประเทศ กว่า 60 คน และเผยแพร่องค์ความรู้แก่บุคคลทั่วไป ในแนวความคิด

“Reinventing Thai Wisdoms” Fash is currently encourage our students to revisit Thai traditional textile and craft wisdoms. By utilise them in their contemporary works, the outcomes are not just series of beautiful and unique collections, but also to ensure that the legacy of our cultural heritage will lives on.

“ต้นกล้าภูมิปัญญาไทย” วิถีปัจจุบันของวิชาเอก การ ออกแบบ แฟชั่นแห่ง มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ คือการ ส่งเสริมให้นิสิตมอง ย้อนกลับ ไป สู่ภูมิปัญญาดั้งเดิมด้านผ้า และงานฝีมือเพื่อนำมาสร้างสรรค์ผลงานการออกแบบแฟชั่นร่วมสมัยที่มี ทั้ง เอกลักษณ์ และความงาม อีกทั้งเป็น การช่วยอนุรักษ์มรดกทางวัฒนธรรมให้อยู่คู่กับสังคมไทยสืบไป

ทางโครงการฯ จึงใคร่ขอเรียนเชิญท่านเข้าร่วมชมงานแฟชั่นโชว์ ในวันพุธ ที่  2 เมษายน   2557  ณ TCDC (ศูนย์สร้างสรรค์งานออกแบบ) ชั้น6 ศูนย์การค้าเอ็มโพเรียม เริ่มลงทะเบียนเวลา 17.30 น. แฟชั่นโชว์เริ่ม 18.30 น.

Who laughs last
ชื่อ กรุณนิสา โพธิ์เกตุ Name Karoonnisa Pogate
โทร. 089-129-2403 , 02-736-0021 Email karoonnisaP@gmail.com
Website jamcollections.tumblr.com
concept
ผู้ออกแบบนำหลักการ”การประท้วง” มาใช้ในการผลิตเสื้อผ้า จากนิสัยที่ชอบความตลกร้ายและเสียดสีเป็นทุนเดิม ต้องการพูดถึงสิ่งที่ตัวเองคัดค้านและไม่เห็นด้วยหลายๆอย่างในตอนที่ทำคอลเล็คชั่น เช่นเรื่องเหตุการ์ณปัญหาทางสังคม การเมือง ความรู้สึกนึกคิดส่วนตัว และความไม่สพอารมณ์มาเล่าเรื่องโดยใช้วิธีการ”ประท้วง”ในการสร้างชิ้นงาน การล้อเลียน , การ”ทำลาย” ทำลายชิ้นงานที่ถูกสร้างขึ้นมาแล้ว โดยลายพริ้นต์ที่ทำขึ้นมานำมาขีดฆ่าด้วยอารมณ์ ซึ่งตีความแทนที่โดยการใช้ปัก นำแพทเทิ่นป้ายประท้วงมาใช้ในโครงสร้างเสื้อผ้าแสดงถึงความตั้งใจของตัวเองที่ต้องการจะทดลองให้เสื้อผ้าในคอลเล็คชั่นนี้ให้เป็นเหมือนป้ายและกำแพงตามท้องถนนที่ปัจจุบันเราสาม¬ารถสื่อสารแสดงออกถึงความรู้สึกนึกคิดได้อย่างอิสระ

ภูมิปัญญาผ้าผะเหวด ตำบลบึงเนียม อำเภอเมือง จังหวัดขอนแก่น
ผ้าผะเหวดเป็นผ้าที่ใช้ในพิธีกรรมทางศาสนา ความเชื่อ  ของภาคอีสาน

เป็นผ้าที่มีลวดลายเล่าเรื่องพระเวชสันดรชาดกโดยลักษณะการวาดถูกดัดแปลงมาจากจิตรกรรมฝาผนังอีสานอีกทีนึง อนึ่งผ้าลวดลายมีเอกลักษณ์เฉพาะตัว คือมีการเล่าเรื่องเป็นแนวนอนต่อเนื่องไป

ใช้สีสดใสใช้เทคนิคการวาดสองมิติที่ดูไม่ได้ปราณีตบรรจง และแฝงความขี้เล่นตลกๆ แบบอีสานลงไปในลวดลาย การพัฒนาจึงอยากเอาลวดลายผ้าผะเหวดมาใช้ในการทำลายผ้า โดยเปลี่ยนการเล่าเรื่อง และใช้เทคนิคการพิมพ์หลายแบบ และให้สีสันที่สวยงาม

Show 2
“Little Flower Candy” Collection
นางสาวพัชรพร สุขสุดประเสริฐ (แพร์) Patcharaporn Suksudprasert (Pear)
E-mail : p.suksudprasert@gmail.com เบอร์โทรศัพท์ : 089-495-6314
concept
คอลเลคชั่นนี้ได้รับแรงบันดาลใจมาจาก Camp Rookie ซึ่งเป็นตอนหนึ่งของหนังสือ Rookie Yearbook One เป็นตอนที่เกี่ยวกับการเข้าค่ายลูกเสือ มีการแต่งตัวเหมือนกับลูกเสือในยุค60s ที่มีการ Patch Work ติดสัญลักษณ์ต่างๆลงบนเสื้อผ้า และมีภาพของขนมที่เป็นขนมสำหรับเด็กไว้เข้าค่าย และได้นำคาแร็คเตอร์ของผู้หญิงที่อยู่ในภาพดังกล่าวมาตีความ และผสมผสานกับภาพ Primavera ของ Sandro Botticelli ที่วาดขึ้นในสมันRenaissance ในภาพนั้นเป็นรูปของเทพเจ้าชื่อว่า Flora ซึ่งเป็นเทพเจ้าแห่งดอกไม้ จาก Inspiration นั้นได้นำมาซึ่งโครงชุดที่ได้ดัดแปลงมาจากชุดของเด็กในยุค60 และชุดของผู้หญิงในสมัย Renaissance ซึ่งเป็นสมัยที่ Sandro Botticelli วาดรูป Primavera และมีการตกแต่งด้วยการปักดอกไม้

Thai wisdom
ผ้าฝ้ายทอมือ ถือเป็นผ้าที่มีลวดลายสวยงามและราคาย่อมเยาว์ แต่เนื่องจากลวดลายที่สวยงามมักเป็นลวดลายที่มีมาตั้งแต่สมัยโบราณ ทำให้ไม่สามารถเปลี่ยนแปลงได้เ นื่องจากประเพณีและวัฒนธรรมของท้องถิ่นนั้นๆ และคนในท้องถิ่นไม่มีความรู้ในด้านการคิดลวดลายใหม่ ลายทั้งหมดที่มีจึงเป็นลายที่วัยรุ่นไม่สามารถสวมใส่ได้ อีกทั้งค่านิยมของวัยรุ่นในประเทศไทย ไม่นิยมใส่ผ้าไทยในชีวิตประจำวัน ทำให้ผ้าฝ้ายทอมือไม่ได้รับความนิยมในกลุ่มวัยรุ่นและวัยทำงาน ทำให้เกิดแนวคิดที่จะช่วยพัฒนาและส่งเสริมการผ้าฝ้ายทอมือ ด้วยการเปลี่ยนวัสดุและรูปแบบการทอ ให้มีความสดใสและน่าสวมใสมากขึ้น โดยเริ่มเปลี่ยนจากการใช้ฝ้ายมาเป็นเส้นกำมะหยี่ และเปลี่ยนจากการทอแบบควบสองเส้น มาเป็นควบสี่เส้น ทำให้เกิดความแปลกใหม่ขึ้นกับตัวผ้าทอ อีกทั้งยังมีเทคนิคการปักและPrint เข้ามาเพื่อเพิ่มมูลค่าและความสวยงามให้กับเสื้อผ้าในคอลเลคชั่นอีกด้วย

Show 3
Ultimate Urban
รวีวรรณ จำปาโพธิ์ Raweewan Jampapoh
Tel 092-870-4498 Email giv.rawee@gmail.com
Concept
จาก Inspiration ที่ได้จากภาพถ่ายทางสถาปัตยกรรมของช่างภาพชาวสิงคโปร์ที่ชื่อว่า “Jared Lims” เนื่องด้วยแรงบัลดาลใจจากภาพถ่ายทำให้ข้าพเจ้าทำเป็นเสื้อผ้า Ready-to-wear จำนวน 10 ชุด โดยจากโครงสร้างของเสื้อผ้าข้าพเจ้าได้นำมาจากโครงสร้างเสื้อผ้าในรูปแบบสตรีทแวร์ของกลุ่มคนในเมืองหลวงต่างๆ ซึ่งมาจากการที่ภาพถ่ายเหล่านี่เป็นภาพถ่ายที่ได้จากการที่เขาได้ไปท่องเที่ยวในเมืองหลวงแล้วได้เก็บภาพถ่ายที่เป็นภาพถ่ายทางสถาปัตยกรรมในเมืองหลวงใหญ่ๆ ในหลากหลายประเทศที่เขาได้ไป เช่น New York, London, Melbourne, Munich เป็นต้นซึ่งภาพส่วนใหญ่ของจะเป็นเป็นภาพที่ได้จากการท่องเที่ยวในเมืองหลวงก็มักจะมีบรรยากาศความเป็นUrban อยู่ผสมผสานกับรูปแบบโครงสร้างทางสถาปัตยกรรมจากภาพถ่ายของ Jared Lims

ภูทิปัญญา จากการที่ข้าพเจ้าได้เข้าไปทำการสำรวจเพื่อที่จะพัฒนาผ้าทอฝ้ายไหมประดิษฐ์ตำบลท่าช้าง จังหวัดสระบุรี ก่อนที่ข้าพเจ้าจะเริ่มคิดพัฒนาข้าพเจ้าไปเริ่มเข้าไปเรียนรู้ กรรมวิธีการทอเพื่อทำความเข้าใจในเรื่องผ้าทอของตำบลท่าช้าง ตั้งแต่กรรมวิธีการหมุนปั่นด้ายเข้ากระสวย เรียนรู้ถึงการทอผ้า
จากการที่ข้าพเจ้าได้เข้าไปทำการเรียนรู้การทอผ้ากับทางกลุ่มแม่บ้านทำให้ข้าพเจ้าเริ่มเข้าใจถึงกระบวนการต่างๆของผ้าทอ ทำให้ข้าพเจ้าเริ่มทำการทดลองเปลี่ยนเส้นใยที่จะนำมาทอผ้าจากแต่เดิมเป็นเส้นใยประดิษฐ์ซึ่งคือเส้นใยโทเร ซึ่งเป็นเส้นใยที่กลุ่มแม่บ้านตำบลท่าช้างมักเอามาใช้ทอกัน ข้าพเจ้าจึงได้ทดลองเปลี่ยนเอาเส้นใยอื่นๆมาทำการทอแทนเส้นใยโทเร ซึ่งได้แก่ เส้นไหมพรม และ ดิ้น เพื่อนำมาทอเป็นเส้นพุ่ง และเส้นยืน ในการทอผ้าให้เกิดลักษณะที่แตกต่างออกไป

Show4
WALLRAL URBANISM
ปฐวี ทองเสม
E-mail pepper_peper@hotmail.com tel. 0877902198
concept
ความลงตัวระหว่างธรรมชาติกับสิ่งที่มนุษย์สร้างขึ้น ขอสวนขนาดย่อมของชีวิตคนเมือง ตามตึก หน้าต่าง ประตู ผนัง กำแพง ที่มีสีฉูดฉาดตัดกับดอกไม้ใบเถา ถูกตีความเป็นภาพวาดสีน้ำมัน สร้างความเป็นมิติให้กับตัวภูมิปัญญาดอกไม้ไหว ที่เป็นแผ่นโลหะ มีความมันวาว สวยงาม

ภูมิปัญญา ดอกไม้ไหวเป็นมรดกทางวัฒนธรรมเครื่องประดับศีรษะของชาวล้านนาบริเวณภาคเหนือตอนบน ดอกไม้ไหวเดิมเป็นการนำดอกไม้ธรรมชาติตามท้องถิ่นนั้น(ดอกเอื้องผึ้ง) นำมาประดับหรือเหน็บไว้บนศีรษะเพื่อเป็นการบูชาหัวหรือบูชาขวัญ เมื่อเวลาผ่านไป เนื่องจากดอกไม้หลักๆที่ใช้ไม่สามารถออกดอกได้ตลอดทั้งปี คนยุคหลังจึงคิดมีการทำสิ่งทดแทนด้วยการรีดแผ่นเงินแผ่นทองแล้วประดิษฐ์เป็นดอก ขดด้วยลวดเส้นเล็กๆทำเป็นช่อเหน็บไว้ที่ศีรษะ เวลาย่างก้าว ได้ไม้จะไหวไปตามร่างกายที่ขยับไปด้วยกัน จึงเรียกว่า ดอกไม้ไหว ผู้ใดเหน็บด้วยทองคำจะถือเป็นชนชั้นสูง รองลงมาเป็นเง็น และทองเหลือง ส่วนบุคคลธรรมดาจะเหน็บแค่ดอกไม้ธรรมชาติเพื่อการบูชาหัวในงานบุญงานหลวงเท่านั้น

แม้ว่าดอกไม้ไหวจะมีความสวยงาม ประณีต และกระบวนการผลิตที่หลายขั้นตอน วัสดุราคาแพงไม่คงที่ ปัจจุบันจึงมีการเหน็บดอกไม้ไหวแค่ในพิธีงานบุญหรือพิธีการต่างๆ หรือการฟ้อนรำเท่านั้น ซึ่งน่าเสียดายหากสิ่งสวยงามที่มีคุณค่านั้นจะค่อยๆหายไปตามการดำเนินชีวิตและยุคสมัย ทำให้เกิดแนวคิด ที่จะนำรูปแบบและกระบวนการผลิตนี้ จากเดิมที่เป็นเพียงวัสดุเครื่องประดับที่อยู่แค่บนศีรษะเท่านั้น นำมาปรับให้กลายเป็นวัสดุทางแฟชั่นเสื้อผ้าเพื่อให้เกิดความร่วมสมัย และสวมใส่ได้จริงจากแผ่นเงินที่เป็นตัวภูมิปัญญา ได้นำมาพัฒนาโดยการได้ทดลองพ่นสีเมทัลลิค ลงบนตัวแผ่นโละหะภูมิปัญญา ผลปรากฏว่า แผ่นโลหะที่พ่นได้เอฟเฟค ความมันเงา มันวาวใกล้เคียงกับแผ่นเลื่อมพลาสติกเกือบ 100% จึงได้นำแผ่นเลื่อมมาเข้าสู่กระกวนการพับ เดียวกับเทคนิคกับทำดอกไม้ไหวเพื่อนใช้ทดแทนแผ่นโลหะเดิม ที่มีปัญหาที่แหลมคม และอาจก่อให้เกิดการบาดผิวหนังได้

Show 5
The journey to NAMIBIA
โสฬส ทรัพย์มโนมัย
Email: sorozsoroz@gmail.com , www.facebook.com/sorozsoroz
concept
ได้รับแรงบันดาลจากภาพภูมิประเทศของประเทศนามิเบีย ด้วยภูมิประเทศที่สีตัดกันอย่างสวยงาม และtextureต่างๆในทะเลทราย เช่น ลำต้นของต้น quiver, พื้นผิวของทะเลทราย ประกอบกับเรื่องราวทางประวัติศาสตร์ สงครามกับเยอรมันในช่วงต้นศตวรรษที่19 ที่มีอิทธิพลต่อจิตใจ ความเป็นอยู่ และวัฒนธรรมต่างๆ โดยเฉพาะวัฒนธรรม การแต่งกายที่ได้รับมา จึงเกิดแนวคิดการผสมผสานระหว่างการแต่งกายแบบ ชนเผ่าดั้งเดิม กับการแต่งกายแบบทหารฝั่งยุโรป นำมาออกแบบเป็นคอลเลคชั่นเสื้อผ้าบุรุษร่วมสมัย ที่มีความแปลกใหม่และน่าสนใจโดยใช้ผ้าทอยกดอกลายราชวัตร ของบ้านท่ากระจาย จังหวัดสุราษฏร์ธานี ที่นำมาพัฒนาให้มีความสนุกและทันสมัยมากขึ้นอีกด้วย
ภูมปัญญา

ภูมิปัญญาที่เลือกนั้นเป็นผ้าทอยกดอก บ้านท่ากระจาย จังหวัดสุราษฏร์ธานี โดยลักษณะเด่นคือ เป็นผ้าทอเนื้อแน่น มีความละเอียด ประณีต และมีลวดลายแบบโบราณ ทอจากฝ้ายหรือไหม โดยได้เลือกเป็นผ้าฝ้ายทอลายราชวัตรมาพัฒนา โดยการเพิ่มเส้นขั้นจังหวะการทอ และจับคู่สี จากนั้นก็ต่อยอดโดยการนำลายราชวัตรมาทำเป็น ลายกราฟฟิก นำไปทำเป็นลายสกรีนยางนูนและลายพิมพ์

Show 6
Modernlife is rubbish
ณัฐหทัย เหมะวิริยาพรวัฒนา nathathai heaviriyapornwattana
tel: 0858272469 email :nathathai.h@gmail.com
Inspiration
จาการศึกษาชิวิตยุคใหม่ของคนทำงานชาวญี่ปุ่นที่เลือกดำรงชิวิตแบบคนไร้บ้านโดยอาศัยอยู่ตาม ร้านอินเตอร์เน็ต หรือตามโรงแรมแคปซูลข้อแตกต่างที่ทำให้คนไร้บ้านชาวญี่ปุ่นสมัยใหม่แตกต่างคือการมีหน้าที่การงานและรายได้ที่สามารถดำรงชิวิตได้แต่ไม่สามารถบริหารจัดการได้ที่นี้ทำให้เกิดความสนใจในการดำรงชิวิตและรูปแบบของการแต่งกายโดยดึงเอารุปแบบการแต่งตัวของชาวญี่ปุ่นผสมผสานกับขอจำกัดในการใช้พื้นที่ในที่อยู่อาศัยทำให้เกิดรูปแแบการแต่งกายเหมือนและแตกตางกับคนไร้บ้านทั่วโลกจากการศึกษาชาวญี่ปุ่นในวัยทำงานนั้นเพื่อแสดงถึงสถานะของกลุ่มคนทำให้เกิดแรงบันดาลใจในการทำคอลเลคชั่นโดยนำเอาการแต่งการในชุดสุภาพหรือชุดทำงานของชาวญี่ปุ่นที่มีรูแบบของการสวมใส่เสื้อผ้าที่เป็นเอกลักษณะเนื่องจากชาวญี่ปุ่นเชื่อว่าการใส่เสื้อสูทคือชุดสุภาพและเหมาะในการทำงานโดยสีที่ใส่คือสีขาวดำผสมผสานเข้ากับรูปแบบการแต่งตัวในชุดลำลองกรือชุดออกกำลังกายโดยนำมาปรับให้เข้าโครงชุดที่ร่วมสมัยมากขึ้นโดยคอลเลคชั่นนี้ต้องการนำเสนอโดยสื่อผ่านการใช่ผ้าทอเศษผ้าเพื่อแสดงถึงสถานะถาพหรือการดำรงชิวิตโดยผสมผสานเข้ากันโครงชุดทำงานที่เน้นความเรียบร้อยการซ้อนทับกันของเสื้อผ้าโดยใช้เทคนิคการตัดต่อคล้ายกับการแต่งกายขงคนไร้บ้านทั่วไปที่อาศัยอยู่ในพื้นที่จำกัดและลายปริ้นที่ผสมผสานลวดลายโลโก้ที่ออกแบบเพื่อแสดงถึงสถานะโดยลวดลายเกิดจากการผสมผสานลายบนเหรียญเงินและภาพลวงตา
ภูมิปัญญา

เดิมที่ตามธรรมเนียมประเพณีของชาวไทยในอดีตนั้นนิยมทอผ้าเพียงเพื่อนุ่งห่มแต่เพียงในครัวเรือน แต่ต่อมาเมือยุคสมัยเปลี่ยนไปการทอผ้าไม่ได้จำกัดแต่เพียงในครัวเรือน และการประยุกต์ผสมผสานทำให้เกิดการท่อผ้ารู้แบบใหม่ขึ้น ทั้งที่เกิดจากใยธรรมชาติ และใยสังเคราะห์ โดยกลุ่มทอเศษผ้าอำเภอ ฮอด จังหวัดเชียงใหม่ ได้นำเอาวัสดุที่เหลือใช้ที่เกิดจากการทอผ้า เช่น เศษเส้นฝ้าย เศษผ้าฝ้ายและ เศษไหม ฯลฯ นำกลับมาทออีกครั้งเป็นการเพิ่มมูลค่าให้กับเศษผ้า เหลือทิ้งให้เกิดประโยชน์ ผ้าทอเศษผ้าเป็นการทอผ้ารูปแบบใหม่ที่เกิดขึ้นหลังหารทอผ้าเสร็จสิ้นโดยนำเอาวัสดุที่เหลือจากการทอผ้าของคนในชุมชนหรือรับซื้อเศษผ้ามจากที่อื่นโดยผสมผสานผ้าทอเศษผ้าเป็นสินค้าภูมิปัญญาที่ทำขึ้นมาขายเป็นของฝากของนักท่องเที่ยวด้วย แต่เดิมการทอเศษผ้าเป็นเพียงการทอเพื่อใช้งานในครัวเรือนเท่านั้นต่อมาเมือมีความต้องการผ้าทอมากขึ้นทำให้เกิดเศษผ้าและเศษฝ้ายจำนวนมาก กลุ่มชนชาวบ้านอำเภอฮอด จังหวัด เชียงใหม่ จึงนำเอาการทอผ้าฝ้ายทอมือมาประยุกต์เข้ากับการทอฝ้ายฝ้ายแต่เปลี่ยนจากเส้นฝ้ายเป็นเศษผ้าและเศษฝ้ายที่เหลือทิ้ง

show7
” I’ve never met them “
ชไมทอง แซ่ตั้ง
0819000884, 026172794 Chamai.tang@gmail.com  facebook : chamaithong saetang
concept
ในคอลเลคชั่นนี้ได้แรงบันดาลจากรูปถ่ายเก่าของคุณตา รูปเหล่านั้นทำให้เกิดความคิดความสงสัยที่ว่าคุณตาของฉันเป็นคนแบบไหน แล้วคนในยุคนั้นเป็นยังไง จึงได้หยิบยกอีกหนึ่งบุคคลในยุคขึ้นมานั่นคือ โรอัลด์ ดาห์ล นักเขียน เรื่องสั้น เพื่อมาเติมเต็มเรื่องราวของคุณตาผู้ที่ฉันไม่เคยพบเจอมาก่อน โดยใช้ภูมิปัญญาการย้อมโคลนมาสร้างเทคนิคผสมกับผ้าพิมพ์ลายเพื่อถ่ายทอดเรื่องราวบรรยากาศของรูปถ่ายเก่าที่มีลักษณะของสีที่เฟตจางไปตามกาลเวลา
ภูมิปัญญา

“ผ้าหมักโคลน” เป็นภูมิปัญญาของชนเผ่าภูไทในอำเภอหนองสูง จังหวัดมุกดาหาร หนึ่งในนั้นเป็นผู้ผลิตจากกลุ่มวิสาหกิจชุมชนทอผ้าดั้งเดิม หมู่ 2 ตำบลหนองสูงเหนือ ความโดดเด่นของผ้าหมักโคลนบ้านหนองสูงคือ โคลนที่ใช้ในการหมักนี้จะใช้โคลนที่หนองน้ำ ที่บ้านหนองสูง ซึ่งเป็นดินโคลนที่มีอายุประมาณ 300-400 ปี โดยโคลนในท้องถิ่นอื่นๆ ก็สามารถใช้ได้เช่นกัน แต่ควรใช้โคลนดินเหนียว และเนื้อโคลนต้องละเอียด ไม่มีเม็ดดินเม็ดทรายปะปน โดยผ้าที่นำมาใช้หมักโคลนจะต้องเป็นผ้าทอเส้นใยธรรมชาติ และย้อมสีธรรมชาติ โดยตัวเนื้อผ้าทอจากใยฝ้ายหรือใยไหมพื้นบ้าน(ไหมน้อย) ซึ่งทั้งสองชนิดนี้ให้เนื้อที่ต่างกัน ตัวไหมมีผิวที่ไมเรียบ มีความเงาเล็กน้อย โดนตัวพื้นสีจะไม่เรียบเสมอเมื่อย้อมแล้ว แต่ทำให้เกิดลายที่โดดเด่นของเส้นใยไหมน้อย

Show 8
ธัญญพทั ธ์ ธนพูลเกียรติ์
Tel 081-4669099 E-mail Thannyapat.tha@gmail.com
FB www.facebook.com/thannyapat.benz
concept
การเล่าเรื่องของลอยหรือการเขียน รูปร่างลักษณะต่างๆของมนุษย์ที่ผ่านผิวไม่ว่าจะเป็นรูปแบบและสีที่มีความหมายทั้งหมด ขึ้นอยู่กับรูปแบบนี้ได้รับการถ่ายทอดในรูปแบบไทย รอยสักที่ไทยมีความหมายในตัวของมันอยู่แล้ว และยังเป็นพื้นฐานของการออกแบบศิลปะรอยสัก, ลายสักผสมในไทย การพัฒนาที่เป็นส่วนผสมของลายทําให้เกิดความหมายของความเชื่อที่ศักดิ์สิทธิ์และความหมายของรอยสัก จนได้เห็นความสวยงามร่วมสมัยในปัจจุบัน
ภูมิปัญญา

การสักยันต์ เป็นการสักที่ต่างจากการสักทั่วไปที่มุ่งเน้นเรื่องความสวยงามหรือเพื่องานศิลปะ แต่การสักยันต์มีจุดประสงค์หลักในเรื่องของความเชื่อทาไสยศาศตร์ เช่น จะทำให้มีโชค แคล้วคลาด ปลอดภัย อยู่ยงคงกระพัน และพ้นจากอันตรายต่าง ๆ โดยมีความเชื่อว่า รูปแบบลายสักหรือยันต์แต่ละชนิดจะให้คุณที่ต่างกัน[1] และผู้ที่ได้รับการสักยันต์จะต้องปฏิบัติตามข้อบังคับที่แต่ละสำนักกำหนดไว้ เช่น ห้ามด่าบิดา มารดา ห้ามลบหลู่ครูอาจารณ์เป็นต้น

money to develop ThaiCatwalk.Com money to develop ThaiCatwalk.Com money to develop ThaiCatwalk.Com  nextpage

On First Page 1 2 3 4

Page : « Back Next Big Images »