behind020FVT : Atmosphere
Academy : All 6 Academy
Venue : Zen Gallery, CentralWorld
Date/Time : 24 May 2015

Back to FVT’s show table

Editor’s Talk, June 2015 – FVT : Atmosphere

Photo by Nattawat (Jade)

สปอนเซอร์ทุกฝ่าย เข้าร่วมลุยงานนักศึกษาอย่างเต็มกำลัง ไม่ว่าจะเป็น ออแกนไนเซอร์, ชลาชล ทำผม และ IMC แต่งหน้า ให้กับนางแบบนายแบบ กว่า 200ชีวิต ซึ่งเป็นงานใหญ่อีกครั้งของการร่วมมือ 6สถาบัน

ครั้งนี้ ขอนำบรรยากาศการทำงานเบื้องหลังของ ความร่วมมืองานแสดงผลงานของนักศึกษา มาเป็นกรณีกล่าวถึง

โดยหลักการ ของการร่วมมือ จับมือ กันจัดงาน เป็นหลักการที่ดีมาก และยิ่งใหญ่มาก จึงน่าสนับสนุนเป็นอย่างมาก เพราะเป็นสิ่งที่ ThaiCatwalk พยายามพลักดันมาหลายปี คือ Thesis Fashion Week  หลักการคล้ายๆกัน คือ การร่วมมือกันหลากหลายสถาบัน เพื่อจัดงานแสดงผลงานธีสิส ในช่วงเวลาใกล้กัน ต่อกัน หรือสถานที่เดียวกันแยกวัน มันดีมากถึงมากที่สุด ผมจะทำการแยกแยะให้ได้จุดประกายความคิด และหวังว่าจะมีผู้นำไปส่งต่อ หรือดำเนินการต่อ ซึ่งผมไม่ต้องการทำ ต้องการนำเสนอเท่านั้นครับ

ผมจะไม่คิดเรื่องคนแฟชั่น เป็นตัวตั้ง แต่จะคิดเรื่องงบประมาณเป็นตัวหลัก เพราะว่า การจัดงานแต่ละครั้ง งานมหาศาล เกิน 5แสนบาท หมดไปกับโครงสร้างเวที และนางแบบนายแบบ ส่วนใหญ่เป็นเงินนักศึกษาเอง ถ้าสามารถจัดในช่วงเวลาใกล้กัน วันติดกัน เวลาต่อเนื่องกัน จะเกิดการหยิบยืมกันใช้ หรือแชร์กัน  สิ่งที่จะแชร์กันได้คือ ค่าโครงสร้างเวที และไฟเวที ต่อมาคือ Models ซึ่งแบ่งเป็น Super Models, Prof. Model และหน้าใหม่  จำนวนสัดส่วนมากน้อย อยู่ที่งบประมาณ ผมไม่แน่ใจว่า ถ้าถูกจำกัดด้วยรูปร่างของเวที จะเป็นการจำกัดความคิดสร้างสรรค์ในการอยากแสดงออกการเดินแบบหรือไม่อย่างไร แต่ถ้าถามตัวผม ยิ่งจำกัด ยิ่งบีบให้แสดงออก เพื่อหนีจากจุดที่มีอยู่

FVT ครั้งนี้จัดที่ Zen Gallery และงานนักศึกษาเกือบครึ่งของสถาบันในกรุงเทพ ก็จัดที่ CentralWorld  ถ้าสมมติว่า CentralWorld ยอมเป็นเจ้าภาพ sposor เรื่องสถานที่ 7วัน คุณจะได้อะไร แม้ไม่ต้องจับมือกัน แยกกันจัด แต่เป็นไปได้ไหมที่จะใช้โครงสร้างเวทีเดียวกัน ก็จะประหยัดไปได้หลายแสนบาท

Organizer เวที สร้างแบบมาตราฐาน ยาว และมั่นคง รวมถึงไฟเวที ที่แน่นครบแบบแฟชั่นโชว์จริงๆ แสงเสมอกันทั้งเวที ความยากคือ บัญชีของแต่ลสถาบัน ไม่สามารถแยกบิลหรือนำมาใช้ในภาคปฏิบัติ คือแชร์ค่าใช้จ่ายไม่ได้ในทางบัญชี ออแกนไนเซอร์ ก็คงออกบิล 10สถาบันลำบากเช่นกัน ถ้าทำได้นะ แต่ละสถาบัน จะได้เวทีมาตราฐานในราคา เพียง 10% หรือ 1/10 แต่ถ้างบไม่ถึง ใช้ไฟราคาถูก ก็จะได้ภาพเป็นสีม่วง ทั้งในมือถือ กล้องเล็ก และกล้องใหญ่  การจัดตารางโชว์ สามารถทำได้ถึง 3โชว์ต่อวัน คิดดูสิครับว่า จะดีขนาดไหน ปัญหาอยู่ที่ตัวอีโก้ ที่ยากจะยอมรับหรือใช้เวทีต่อจากสถาบันอื่น หรือต้องการความแตกต่างของเวที ทางออกก็มีแบบ elle fashion week อยู่ที่ว่ามองเห็นหรือไม่

สำหรับ Models ที่มีอยู่ 3 ระดับ แน่นอนว่า ดีไซเนอร์แต่ละคนต้องการ Super Model มาใส่เสื้อผ้าตัวเอง (ถ้างบถึงนะ) คนอื่นที่งบไม่ถึง ก็ลดระดับลงมาเรื่อยๆ ความเหลื่อมล้ำก็เกิดขึ้นตามปกติทุกปี แต่ถ้าใช้ระบบนางแบบกองกลางหล่ะ หรือจับฉลาก หรือเฉพาะคนที่ได้คะแนนสูงจึงได้หล่ะ อีกจุดคือ ยิ่งมีนางแบบนายแบบมาก โอกาสที่จะแต่งหน้าทำผมให้เข้ากับเสื้อผ้าก็มีมากขึ้น จากเดิมนางแบบ 1คน ต่อ 4-6ชุด แต่งหน้าทำผมจึงกลางมากๆ เพราะงบในการจ้างนางแบบไม่พอ ความสมบูรณ์ของหน้าและผม จึงต้องตามไปดูใน lookbook ซึ่งก็ไม่ได้แพร่หลายเหมือนที่คิดกัน  สัดส่วนของนางแบบนายแบบหน้าใหม่ในเวทีนักศึกษา สำคัญมากสำหรับความคิดผม เพราะ เสื้อผ้าที่ออกแบบ จะเหมาะกับใครหล่ะ แล้วหน้าใหม่ใส่แล้วขึ้นหรือไม่ จะเป็น +/+ หรือ +/- หรือ -/- เข้ากับชีวิตจริงมากกว่า และถ้า Super Models สวมใส่ คนดูจะดูอะไร  ที่ผมคิดคือ งบประมาณป็นตัวตั้ง แล้วแบ่งสัดส่วนนางแบบนายแบบ ตามความต้องการ

Shopping & Recruit VS กลุ่มคนดู – ถ้างานใหญ่ และมีการประชาสัมพันธ์ และมีการเชิญ คนในกลุ่มธุรกิจ ให้ตรงกับสายที่จบ ก็เป็นการ shopping ตัวบัณฑิต ไปทำงาน เช่น การออกแบบลายผ้า ควรจะเชิญใคร, การออกแบบเสื้อผ้าชาย หรือหญิง จะเชิญใคร  คนที่จะเชิญก็คือเป้าหมายของสาขาที่จบนั่นเอง แทนที่จะไปสมัคร ก็เชิญเขามาเลือกเอง ผลที่ได้ จะมากกว่าคำว่า “จัดกันเอง ดูกันเอง“, “หว่านพืช ย่อมต้องหวังผล” ย่อมดีกว่าอย่างเห็นได้ชัด ในตอนที่เรียนชั่วโมงการตลาด ก็น่าจะมองเห็นจุดนี้ แต่ว่า งานทำเสื้อ กับความวุ่นวายไฟรนก้นมักบังตา ทำให้คิดไปไม่ถึง มารู้อีกที คือ งานจบแล้ว  การส่งงานตามไปให้คนเหล่าดู มันต่างกับการให้เขามาชม ผลกระทบมันต่างกันมาก

สื่อมวลชน – ถ้าเป็นช่วงเวลาใหญ่ๆเช่นนี้ สื่อมวลชนย่อมต้องทราบ หรือมีการกระจายข่าว ที่สำคัญ อย่า”คิดว่า” เขาคงทราบแล้ว  คุณมีอีโก้เท่าไหร ก็ให้คิดว่า นักข่าวมีอีโก้มากกว่าคุณหลายเท่า  ถึงรู้ แต่ไม่เชิญก็ไม่ไปจะทำไม เขาก็จะวางแผนมาทำข่าวได้ ยิ่งถ้าคุณมีความสามารถเชิญ ดารา ในสถาบันนั้นๆ มาช่วยเป็นแบบให้ ก็จะเป็นแม่เหล็กให้สื่อมวลชนสายบันเทิง มาร่วมงานได้ง่าย สิ่งเหล่านี้เป็นชือเสียงของสถาบัน

ช่วงเวลา อย่างที่ทราบกันคือ AEC ทำให้เวลาจบและเวลาแสดงผลงานธีสิส มารวมตัวกันอยู่ในช่วงกลางเดือนมิถุนานยน การจัดงานลักษณะแฟชั่นวีคนี้ ต้องถูกบรรจุลงในหลักสูตร เพื่อให้แต่ละสถาบันจัดเวลาการเรียนการสอนล่วงหน้า 1ปี หรือกว่านั้น การทำทีสิสแสดงผลงานจึงลงตัวไปจัดแสดงในช่วงเวลานั้นๆ (ช่วงของเจ้าภาพ) ถ้าไปเจรจาพูดคุย ปรับเปลี่ยนใกล้ๆ ไม่มีทางสำเร็จ เพราะเร่งฝีจักร หรืองานตัดเย็บไม่ทันแน่นอน

Big Impact – ผลกระทบต่อวงการ ทั้งภาพลักษณ์ภายในประเทศ และต่างประเทศ จะเป็นในระดับไหน น่าจะคาดการณ์กันออก เพราะเคยเห็นสิ่งเหล่านี้ในต่างประเทศ หรือเสพจากเน็ตกันแล้ว คุณค่าก็ทราบๆกันอยู่ แต่อย่าไปคาดหวัดกับเจ้าภาพใหญ่ เขาไม่มาหรอก ตราบใดที่งานนี้ยังไม่ดังพอ เขาเองก็ยังถังแตกมาช่วยไม่ไหวเช่นกัน  ช่วยตัวเองก่อน สปอนเซอร์เอกชนก็มีอยากช่วยเยอะ เล็กๆน้อยๆ ก็จัดสรรให้โลโก้เขาได้แสดงออกให้เต็มที่ จะแบ่งสปอนเซอร์เป็นรายวัน รายสถาบัน หรือย่อยไปกว่านั้น ก็ปรึกษากันดู คนเก่งๆที่อยากช่วยก็มีมาก ดึงเขามาช่วยได้หรือไม่ อยู่ที่ตัวคุณ

ตัวผมเอง ไม่รู้จักกับคนใน CentralWorld พอที่จะไปพูดคุยเจรจา ไม่งั้นจะไปช่วยนำเสนอเรื่องพวกนี้ให้ครับ (ไม่รู้จักจริงๆ หลายคนคิดว่ารู้จักคนเยอะ)

สุดท้ายนี้ ขอให้เกิด ขอให้เกิด ขอให้เกิด

ขอบคุณครับ
ณัฐวรรษ (หยก) เจียรนันทะ
บรรณาธิการบริหาร ThaiCatwalk.com
(กำลังโดนภาษีย้อนหลัง เพราะ “คิดว่า” มีรายได้เยอะ)

money to develop ThaiCatwalk.Com money to develop ThaiCatwalk.Com