Global Reach 2016
กรมส่งเสริมอุตสาหกรรม ติดปีก SMEs อุตสาหกรรมแฟชั่นไทย นำร่อง 30 กิจการ – รู้รอบ รู้ลึก ต่อยอดธุรกิจ สร้างยอดขายจริง – พร้อมกระจายความรู้พัฒนาอุตสาหกรรมแฟชั่นทั้งระบบ
29 August 2016 @ So Sofitel Hotel

กรมส่งเสริมอุตสาหกรรม ติดปีก SMEs อุตสาหกรรมแฟชั่นไทย
นำร่อง 30 กิจการ – รู้รอบ รู้ลึก ต่อยอดธุรกิจ สร้างยอดขายจริง –

พร้อมกระจายความรู้พัฒนาอุตสาหกรรมแฟชั่นทั้งระบบ

กรมส่งเสริมอุตสาหกรรม โดยกระทรวงอุตสาหกรรม เปิดตัวกิจกรรม “Fashion Next 2017” หรือ กิจกรรมพัฒนารูปแบบและผลิตภัณฑ์ให้ตรงกับความต้องการของตลาด ภายใต้โครงการยกระดับผลิตภัณฑ์ SMEs สู่ตลาดโลก (Global Reach 2016) ของกรมส่งเสริมอุตสาหกรรมปีงบประมาณ 2559 เพื่อพัฒนาศักยภาพและเพิ่มขีดความสามารถการแข่งขันทางการตลาดของผู้ประกอบการวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม (SMEs) ในกลุ่มอุตสาหกรรมแฟชั่น สิ่งทอ เครื่องหนัง และอัญมณี สู่ระดับสากล อบรมเนื้อหาเข้มข้นจากวิทยากรผู้รู้จริง พร้อมกิจกรรมให้คำปรึกษาเชิงลึกแบบเฉพาะกิจการ 30 กิจการ เพื่อให้เกิดผลลัพธ์ด้านปฏิบัติ เพิ่มมูลค่าให้กับผลิตภัณฑ์ สร้างแบรนด์ สร้างยอดขายได้จริง ช่วยขับเคลื่อนเศรษฐกิจไทยให้เติบโตอย่างยั่งยืน

โดยในพิธีเปิดงานได้รับเกียรติจาก คุณประสงค์ นิลบรรจง รองอธิบดีกรมส่งเสริมอุตสาหกรรม เป็นประธานเปิดงาน และ คุณนวลจิตต์ เรืองศรีใส ผู้อำนวยการส่วนพัฒนาอุตสาหกรรมเครื่องหนัง กรมส่งเสริมอุตสาหกรรม กล่าวรายงานรายละเอียดโครงการ พร้อมด้วยเวทีเสวนาให้ความรู้จากวิทยากรผู้ทรงคุณวุฒิในอุตสาหกรรมแฟชั่น ได้แก่ ศ. (พิเศษ) ดร. สาคร สุขศรีวงศ์ ผู้อำนวยการสถาบันออกแบบนานาชาติชนาพัฒน์ ที่ปรึกษาโครงการ, คุณพลพัฒน์ อัศวะประภา นายกสมาคมแฟชั่นดีไซเนอร์กรุงเทพ และ คุณเจนสุดา ปานโต สิริสันต์ เจ้าของแบรนด์แฟชั่น “Janesuda” รวมทั้งงานสัมมนาหัวข้อ “Mega Trend การออกแบบให้ตรงกับตลาดยุคใหม่ และตลาดไร้ต้นทุน” จาก ดร. เอกก์ ภทรธนกุล อาจารย์ประจำภาควิชาการตลาด คณะพาณิชย์ศาสตร์และการบัญชี จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย และ คุณวีรพล วิวัฒน์กมลวัฒน์ Topshop Personal Shopper, Maibe Brand owner โดยมีผู้ประกอบการ SMEs ให้ความสนใจเข้าร่วมรับฟังเป็นจำนวนมาก ณ ห้องบอลรูม โรงแรมโซฟิเทล โซ กรุงเทพฯ

คุณประสงค์ นิลบรรจง รองอธิบดีกรมส่งเสริมอุตสาหกรรม กล่าวว่า “จากนโยบายของรัฐบาลที่มุ่งเน้นให้ความสำคัญกับการพัฒนาผู้ประกอบการ SMEs อันเป็นรากฐานสำคัญของเศรษฐกิจไทยให้เติบโตอย่างยั่งยืน พร้อมผลักดันส่งเสริมให้เป็นวาระแห่งชาติ โดยแผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ ฉบับที่ 11 (2555 – 2559) ได้วางเป้าหมายการเพิ่มสัดส่วนขนาดมูลค่าของ SMEs ต่อผลิตภัณฑ์มวลรวมในประเทศ (GDP) ให้มีอัตราสูงขึ้น โดยจะเพิ่มขนาดมูลค่าของ SMEs เป็น 40% ของ GDP”

“ทั้งนี้ อุตสาหกรรมแฟชั่น สิ่งทอและเครื่องนุ่งห่ม เครื่องหนังและรองเท้า อัญมณีและเครื่องประดับ เป็นหนึ่งในอุตสาหกรรมที่มีความสำคัญต่อระบบเศรษฐกิจไทย โดยมีมูลค่าส่งออกรวม 603,000 ล้านบาท ก่อให้เกิดการจ้างงานมากกว่า 2.5 ล้านคน และนำรายได้เข้าสู่ประเทศจำนวนมหาศาลต่อปี แต่จากสภาวะเศรษฐกิจโลกที่ชะลอตัวและการแข่งขันทางตลาดที่สูงขึ้นทั้งในและต่างประเทศ ผู้ประกอบการจะต้องพัฒนาขีดความสามารถของตนเอง เพื่อสามารถเติบโตและแข่งขันกับคู่แข่งได้อย่างมีประสิทธิภาพ” คุณประสงค์ กล่าว

คุณนวลจิตต์ เรืองศรีใส ผู้อำนวยการส่วนพัฒนาอุตสาหกรรมเครื่องหนัง กรมส่งเสริมอุตสาหกรรมกล่าวว่า “กิจกรรรม Fashion Next 2017 เป็นส่วนหนึ่งของโครงการยกระดับผลิตภัณฑ์ SMEs สู่ตลาดโลก (Global Reach 2016) ปีงบประมาณ 2559 ของกรมส่งเสริมอุตสาหกรรม เพื่อเพิ่มขีดความสามารถของ SMEs ในกลุ่มอุตสาหกรรมแฟชั่นตั้งแต่ต้นน้ำ กลางน้ำ และปลายน้ำ โดยโครงการพัฒนารูปแบบและผลิตภัณฑ์ให้ตรงกับความต้องการของตลาดเป็นโครงการนำร่อง ที่ร่วมมือกับสถาบันออกแบบนานาชาติชนาพัฒน์ จัดอบรมในเชิงกว้างให้กับผู้ประกอบการกว่า 500 คนทั่วประเทศ และคำปรึกษาเชิงลึกกับ 30 กิจการในด้านการส่งเสริมพัฒนาศักยภาพทางด้านกระบวนการออกแบบที่เน้นการสร้างมูลค่าเพิ่ม การเรียนรู้พฤติกรรมผู้บริโภค แนวโน้มแฟชั่น แนวทางการัพฒนาผลิตภัณฑ์สู่ตลาดเป้าหมาย การยกระดับการผลิตบนฐานแห่งนวัตกรรม และผลิตภัณฑ์เชิงสร้างสรรค์”

“โดยกิจกรรมได้แบ่งออกเป็น 3 ส่วน คือ (1) กิจกรรมสัมมนาเพื่อพัฒนาองค์ความรู้ให้กับกลุ่ม SMEs ในอุตสาหกรรมแฟชั่นจำนวน 4 ครั้งทั่วประเทศในหัวข้อ “Mega Trend การออกแบบให้ตรงกับตลาดยุคใหม่และตลาดไร้ต้นทุน” จาก ดร. เอกก์ ภทรธนกุล อาจารย์ประจำภาควิชาการตลาด คณะพาณิชย์ศาสตร์และการบัญชี จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย และ คุณวีรพล วิวัฒน์กมลวัฒน์ Topshop Personal Shopper, Maibe Brand owner กูรูด้านแฟชั่นผู้เคยมีประสบการณ์ทำงานร่วมงานกับยังดีไซเนอร์แบรนด์ดังต่างของอังกฤษมากมาย (2) กิจกรรมให้คำปรึกษาเชิงลึก โดยโครงการจะคัดเลือกผู้ประกอบการที่มีศักยภาพในผลิต จำนวน 30 ราย เข้าร่วมการอบรมเชิงลึกแบบ 1 ต่อ 1 (Coaching) โดยจัดวิทยากรที่มีความรู้ความเข้าใจในการออกแบบและการตลาดมาช่วยให้คำปรึกษาอย่างใกล้ชิด เพื่อให้เกิดการพัฒนารูปแบบผลิตภัณฑ์ที่ตอบโจทย์กับความต้องการตลาดอย่างแท้จริง (3) การจัดแสดงสินค้าและทดสอบตลาดเพื่อให้ 30 กิจการได้จำหน่ายสินค้าจริง ณ ห้างสรรพสินค้าที่มีกำลังซื้อสูง ทั้งนี้ ทางโครงการฯ เชื่อมั่นว่า SMEs ทั้ง 30 กิจการที่ผ่านการอบรมจะสามารถสร้างยอดขายเพิ่มขึ้น 1 ล้านบาท ต่อปี ต่อกิจการ” คุณนวลจิตต์ กล่าว

นอกจากนี้ ศ. (พิเศษ) ดร. สาคร สุขศรีวงศ์ ผู้อำนวยการสถาบันออกแบบนานาชาติชนาพัฒน์ ที่ปรึกษาโครงการ กล่าวเสริมว่า “สถาบันฯ มีวิสัยทัศน์ที่ต้องการยกระดับให้ประเทศไทยก้าวสู่การเป็น “ศูนย์กลางการศึกษาด้านแฟชั่นของอาเซียน” โดยมีความร่วมมือทางวิชาการกับสถาบันออกแบบชั้นนำระดับโลกมากมาย เพื่อแลกเปลี่ยนองค์ความรู้ และถ่ายทอดสู่นักศึกษาของสถาบัน ดังนั้นการร่วมเป็นที่ปรึกษากิจกรรม Fashion Next 2017 ครั้งนี้ ทางสถาบันได้ออกแบบหลักสูตรที่สามารถตอบโจทย์ผู้ประกอบการอย่างครบวงจร และคัดสรรวิทยากร ผู้รู้จริงในอุตสาหกรรมแฟชั่นมาถ่ายทอดข้อมูลความรู้และเทรนด์ต่างๆ อย่างแท้จริง”

“กรมส่งเสริมอุตสาหกรรม มีความมั่นใจว่ากิจกรรรม Fashion Next 2017 จะเป็นส่วนหนึ่งที่สำคัญในยุทธศาสตร์การพัฒนาและเพิ่มขีดความสามารถทางการแข่งขันของ SMEs ไทยในตลาดโลก พร้อมทั้งช่วยยกระดับผลงานการออกแบบ สร้างสรรค์นวัตกรรมของไทยให้ทัดเทียมกับนานาชาติและเติบโตอย่างยั่งยืนเพื่อรองรับการเปิดเสรีของ ASEAN Economic Community (AEC) และการเข้าสู่ตลาดสากล” คุณนวลจิตต์ กล่าวสรุป

ผู้ประกอบการ SMEs ในอุตสาหกรรมแฟชั่น ที่สนใจเข้าร่วมกิจกรรรม Fashion Next 2017 สามารถสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติม และขอสมัครได้ที่ Call Center โครงการ 062-7065542,
062-4817801 อีเมล์: globalreach2016@gmail.com