หากย้อนกลับไปเมื่อ 20 ปีที่แล้ว ในปี 2541 การประกวดนางสาวไทยในปีนั้นเริ่มคึกคักขึ้นเมื่อมีการเปิดตัวผู้เข้าประกวดนางสาวไทยที่มีดีกรีเป็นสาวนักเรียนอิมพอร์ตจากอเมริกา และเป็นที่แน่นอนว่าสื่อต่างๆ ล้วนแต่จับตาไปที่สาวงามผู้นี้ เพราะนอกจากจะเป็นสาวอิมพอร์ตแล้ว เธอผู้นี้ยังอยู่ในการดูแลของเจ้าพ่อนักปั้นนางงามชื่อดังของเมืองไทย “คุณสมชาย นิลวรรณ” ที่ทำผลงานได้อย่างสวยหรูเมื่อปี 2540 กับการคว้ามงกุฎของ “น้ำฝน สรวงสุดา” และ “แทน ธัญญา” บนเวทีใหญ่ทั้งสองเวทีของไทย และในปี 2541 คุณสมชายเตรียมกลับมาผงาดบนสังเวียนนางงามอีกครั้ง กับสาวงามที่คุณสมชายหมายมั่นปั้นมือว่าจะต้องคว้ามงกุฎนางสาวไทยได้อีกคำรบ และเธอผู้นั้นคือ….นก ชลิดา เถาว์ชาลี

Photo by Klit

ชลิดา เถาว์ชาลี บัณฑิตสาวสาขาวิทยาศาสตร์ พยาบาล จาก Aurora University รัฐอิลลินอยส์ สหรัฐอเมริกา ตัดสินใจบินข้ามน้ำข้ามทะเลมาที่เมืองไทย เพื่อเข้าร่วมการประกวดนางสาวไทย ประจำปี 2541 ด้วยเหตุผลที่ว่า เธออยากมีโอกาสทำงานช่วยเหลือสังคม และตำแหน่งนางสาวไทยจะเป็นใบเบิกทางให้เธอได้มีโอกาสทำตามความฝัน และเธออยากจะพิสูจน์ว่า เด็กเรียนอย่างเธอก็สามารถเป็นนางงามได้เช่นกัน ซึ่งนับว่าเป็นการตัดสินใจที่ถูกต้อง เพราะนับตั้งแต่เธอก้าวเข้าสู่กองประกวดนางสาวไทย นักข่าวทุกสำนักต่างก็ยกให้เธอเป็นตัวเก็งเต็งหนึ่งในทันที แบบที่ไม่มีนางงามคนไหนขึ้นมาตีคู่ แต่ถึงกระนั้นเธอก็ยังทำทุกวันในการประกวดอย่างเต็มที่ หลายคนที่ได้พูดคุยกับชลิดา ต่างลงความเห็นเป็นเสียงเดียวกันว่า เธอเป็นคนฉลาดพูด ฉลาดคิด แม้จะอาศัยอยู่ที่เมืองนอกเป็นเวลานานแต่ภาษาไทยของเธอนับว่าพูดได้ฉะฉาน ชัดเจน ส่วนภาษาอังกฤษนั้นไม่ต้องพูดถึง เพราะชลิดาสามารถสื่อสารได้ดีเยี่ยมในระดับเจ้าของภาษาเลยทีเดียว ด้วยคุณสมบัติที่ครบถ้วนกระบวนความเช่นนี้ จึงไม่น่าแปลกใจที่มงกุฎนางสาวไทย ประจำปี 2541 จะตกเป็นของเธอ ชลิดา เถาว์ชาลี

หลังจากรับตำแหน่งได้ไม่นาน ภารกิจอันสำคัญยิ่งที่รอเธออยู่นั่นก็คือ การเป็นตัวแทนสาวไทยไปประกวดนางงามจักรวาล ที่รัฐฮาวาย สหรัฐอเมริกา ตลอดระยะเวลาการประกวดที่ฮาวาย แฟนนางงามชาวไทยต่างติดตามข่าวคราวการประกวดของเธอจากหน้าหนังสือพิมพ์และนิตยสาร ซึ่งในสมัยนั้นสื่ออินเตอร์เน็ตยังไม่แพร่หลายในเมืองไทย ทำให้การติดตามข่าวสารการประกวดต้องมาจากหนังสือพิมพ์เป็นหลัก ซึ่งชลิดาก็ไม่ทำให้แฟนนางงามผิดหวัง เพราะเธอเต็มที่กับการประกวดและสามารถสื่อสารกับกรรมการและเพื่อนนางงามจากต่างชาติได้เป็นอย่างดี จนได้รับคำชมจากกรรมการท่านหนึ่งที่ชมว่า “รู้สึกประหลาดใจที่นางงามไทยปีนี้ สื่อสารภาษาอังกฤษได้ดี และทำคะแนนในรอบสัมภาษณ์ได้ดีอีกด้วย” เพียงเท่านี้ก็ทำให้แฟนนางงามไทย หัวใจพองโตกันไปหลายวันเลยทีเดียว และแม้ว่าในการประกวดมิสยูนิเวิร์ส 1998 สาวไทยของเราจะไม่สามารถผ่านเข้ารอบได้ แต่แฟนนางงามไทยต่างสัมผัสได้ถึงความตั้งใจและความทุ่มเททีเธอทำเพื่อประเทศไทย เพราะแฟนนางงามหวังเพียงแค่เห็นนางงามไทยทำหน้าที่ได้อย่างเต็มที่บนเวทีการประกวดระดับนานาชาติ ส่วนตำแหน่งหรือของรางวัลเป็นสิ่งที่อาจจะเหนือการควบคุม และนก ชลิดา ได้พิสูจน์ให้แฟนนางงามไทยได้ประจักษ์ชัดแล้วว่า เธอคือนางงามไทยที่เหมาะสมด้วยรูปสมบัติ คุณสมบัติ รวมถึงทัศนคติและความสามารถในด้านการสื่อสาร เปรียบดั่งเพชรเม็ดงามแห่งเวทีนางสาวไทย ที่แฟนนางงามไทยให้ความชื่นชมตลอดมา…