ถ้าจะให้เรียกแบบเต็มๆ ก็คือ Canon EOS 6D mark II ซึ่งออกมาได้สักพักนึงแล้ว  และเป็นตัวที่ช่างภาพเกือบทุกคนเห็นสเปคแล้วต้องหันหน้าไปซบโซนี่ทันที เพราะว่าสเปค ไม่ได้เปรียบจากคู่แข่งเท่าใดนัก ที่สำคัญ ในโลกแห่ง 4K กลับไม่มีในกล้องตัวนี้ ทั้งที่ขนาดเซนเซอร์ “น่าจะรับได้สบายๆ”  หลายคนจึงใช้คำพูดเดิมๆ คือ แคนนอน “กั๊ก” อีกแล้ว

ผมเองก็เป็นคนนึงที่ไปหยิบ Sony A6300 กล้องตัวคูณสเปคสูง และมี 4K ซึ่งผมเอามาใช้รับงาน และทำงานอื่น รวมถึงการท่องเที่ยว ที่มีขนาดกล้องเล็กกว่า พกง่ายกว่า  โดยที่ไม่หันไปมอง 6D2 เลย เพราะผิดหวังมากกับการอ่านสเปค

จนกระทั่ง ต้นเดือนมิถุนายน กล้องคู่มือ Canon 6D ตัวแรก เริ่มออกอาการงอแงเล็กน้อยขณะทำงานสำคัญ  แม้ว่าผมจะแก้ปัญหาได้ทัน แต่ก็เริ่มเอะใจเล็กน้อย เพราะว่า กล้องคู่มือนี้ ใช้มานาน ตั้งแต่ออกใหม่ นี่ก็ถ่ายไปร่วม 4แสนรูป เปลี่ยนม่าน เปลี่ยนกระโหลก เรียบร้อย และไม่คิดจะปล่อย เพราะคงไม่มีใครเอา   ใครที่เคยใช้ตัวแรก จะทราบจุดอ่อนเป็นอย่างดี เรื่อง โฟกัสใช้ได้เพียงจุดกลาง และต่อไวไฟเข้าคอมอย่างช้า  เรื่องพวกนี้หมดไปกับรุ่นใหม่

เข้าเรื่องเชียร์อัพ เปลี่ยนใจกระทันหัน – เมื่อกล้องมีอาการ ทำให้ผมต้องมองหาทางเลือก นั่นคือ 6D2 หรือไม่ก็ 5D4 เมื่อไปเปรียบเทียบราคาแล้ว ก็พบว่า งบไม่พอ เพราะต้องพ่วง Batter Grip ด้วยเพื่อใช้ถ่ายแนวตั้ง  จึงมองไปที่ 6D1 มือสองสภาพสวย หรือมือหนึ่งไปเลย  ช่วงนั้นเอง เพื่อนได้ประกาศย้ายค่ายทั้งหมด ขายทุกอย่างทุกชิ้น ผมก็ไม่ลังเลใดๆเลย คือ คว้าทันที เพราะในใจคิดไว้ก่อนนานแล้ว จึงตัดสินใจไม่ยาก

 

 

เมื่อได้กล้องมาอยู่ในมือ การทดสอบยังไม่เกิด เพราะต้องเดินทางไปท่องเที่ยวเส้นทางสายไหม 1 สัปดาห์ กลับมาจึงได้ทดสอบจริงจัง ทั้งในสตูดิโอ และอีเว้นส์ และงานกีฬา  ก็ขอสรุปเป็นข้อๆดังนี้

1. Cross Type Focus – เหนือล้ำกว่าตัวแรกไปไกล มีทั้ง Zoning, เฉพาะจุด, จุดใหญ่ขึ้น และทั้งภาพ   ที่สำคัญมีจุดโฟกัสเพิ่มขึ้นมหาศาล จากเดิมเพียง 11 จุดและใช้ได้เพียงจุดกลางอันเดียว ที่เหลือพึ่งเทพ กับความคุ้นเคยในการบังคับกล้อง  พอมาถึงจุดโฟกัส บอกได้เลยว่า Zoning มันช่วยได้มาก และเร็วกว่าที่คิดไว้  การตั้งค่า ก็มีตัวเลือกหลากหลายตามการใช้งาน ไม่ใช้ก็ปิดไปเลยก็ได้ และไว้ใจได้ทุกจุดโฟกัส เพราะทดสอบด้วยการถ่ายแข่งขันเทควันโด ก็ได้ภาพเด็ดๆมาพอควร  ภาพข้างล่างถ่ายด้วย s 1/400 f3.5 iso5000 Servo  ข้อเสียมีอันเดียว คือ โฟกัสไม่ครอบคลุมทั้งจอ หรือได้เพียงกระจุกเดียว ตามของเดิม (ดูภาพประกอบ) ระบบวัดระดับน้ำ ก็มีให้ เก๋ดี

2. View Finder อันนี้ตก เพราะว่า มืดกว่าเดิมเล็กน้อย

3. จอพับได้ อันนี้ เริดมาก คือ มันถูกสร้างมาเพื่อถ่ายวีดีโอโดยเฉพาะ  แต่มันช่วยได้ในการถ่ายภาพแนวสูงและต่ำกว่าระดับสายตา  จอ touch screen ก็ดี แต่ไม่ได้ใช้ สามารถสั่งปิดระบบได้  และสีจอก็ไม่ค่อยตรงนัก

4. WiFi system อันนี้ถูกใจมาก เพราะว่า ต่อเข้ากับ iMac ในสตูดิโอ แล้วมันต่อได้รวดเร็วทันใจสุดๆ  ตัวแรกนี่เลือกใช้สาย usb เพราะต่อได้ช้า และมีหลุดสัญญาณด้วย รวมถึง แอปตัวใหม่ที่ช่วยให้ทำงานนอกสถานที่ง่ายขึ้น ไม่ต้องพกจอแล้ว พกแต่ iPad ตัวเดียวกับขาตั้ง  ลูกค้าถือไอแพดเลยนะ ไม่ดึงสัญญาณเหมือนแอปตัวแรก

5. Live View ในโหมดนี้ ใครที่เคยใช้ตัวเดิม จะรู้สึกว่า หมุนโฟกัสเอง จะเร็วกว่า แต่รุ่นนี้ไวได้ใจ แต่ก็จะมี shutter lag ตามประสา dslr อันนี้เข้าใจได้ ไม่ใช่ mirrorless นี่นา แต่ถือว่าผ่านด้วยดี

6. VDO ที่เพิ่มระบบ servo เข้ามาใน full frame ก็ช่วยได้มาก รวมถึงระบบ face detection ไว้ต้องเอาไปทดสอบถ่ายเดินแบบ น่าจะเหมาะกับการทำ comp card 4.0

สรุปปิดท้ายว่า ไม่ย้ายค่าย เพราะ การลงทุนกับเลนส์ค่ายใหม่ มันไม่ใช่น้อย ประกอบการงานแฟชั่นโชว์ ไม่ได้มีงบให้ การเปลี่ยนอุปกรณ์ ไม่ได้ส่งเสริมให้เพิ่มค่าตัว ถือเป็นการลงทุนที่ไม่คุ้มค่า  จึงใช้แคนอนที่คุ้นมือเหมือนเดิมดีกว่า  ถามว่า ควรซื้อตัวนี้ไหม อืม ซื้อเลย แค่จอพับได้กับระบบโฟกัส ก็คุ้มแล้ว ยิ่งตอนนี้ขายไม่ออก ลดราคากระหน่ำ ยิ่งต้องเอา