เมื่อปีค.ศ.1992 มีข่าวประหลาดเกี่ยวรถไฟขบวนหนึ่งในประเทศอิตาลีที่จู่ๆก็โผล่กลับมาจากอุโมงค์ ทั้งๆที่หายเข้าไปอย่างไร้ร่องรอยเป็นเวลาถึง 42 ปี ที่น่าแปลกกว่านั้นคือผู้โดยสารทุกคนล้วนอายุเท่าเดิม และเชื่อว่าพวกเขายังอยู่ในปีค.ศ.1929…

มิลิน (Milin) คอลเล็กชั่น Autumn/Winter 2018 นี้ จึงได้นำแรงบัน ดาลใจจากเหตุการณ์สุดแปลกที่ เกิดขึ้นจริงนี้มาตีความใหม่ผ่านเรื่องราวของสาวที่เดินทางข้ามเวลาและมิติลึกลับจากอดีตมาสู่ปัจจุบัน เพิ่มกลิ่นอายวินเทจลงบนซิลลูเอทล้ำสมัยที่เป็นซิกเนเจอร์ของมิลิน ผสมผสานลงตัวจนเกิดเป็นคอลเล็กชั่นใหม่ในแบบของสาวมิลิน

เทคนิคโดดเด่นประจำคอลเล็กชั่นนี้คือการเย็บแบบสม็อค แขนระฆังและการจับเดรป ซึ่งเป็นเทคนิค ที่มักนำมาใช้กับชุดกลางคืนหรือคอสตูมการแสดง มาทำให้เสื้อทรงโอเวอร์ไซส์ (oversized) มีโครงสร้างเด่นชัดและเข้ากับสรีระมากขึ้น ส่วนชิ้นเด็ดที่พลาดไม่ได้เห็นจะเป็นคอร์เซ็ท เกาะอก และเสื้อ ตัวสั้นที่เน้นให้เห็นรูปร่างสวยของสาวมิลิน ตัดเย็บด้วยผ้าหลากแท็กซเจอร์ ไม่ว่าจะเป็นโพลีเยสเตอร์ ลวดลายเกลนเช็ค (Glen Check) และลายทางพินสไตรป์ (Pin Stripe) ที่เสริมประกายเมทาลิกเพิ่มความล้ำสมัยแปลกตา ผ้าชีฟอง (Chiffon) ที่พลิ้วไหวให้ความสง่าเพิ่มความโดดเด่นด้วยกลิตเตอร์ใน เนื้อผ้าและเส้นใยเมทาลิก ผ้ากำมะหยี่ (Velvet) เนื้อนุ่มที่ให้กลิ่นอายวินเทจ และที่ขาดไม่ได้คือผ้าไหมโพลีเยสเตอร์ (Polyester Silk) ที่ให้ความนุ่มลื่นสบายเมื่อส่วมใส่ เหมาะกับสาวผู้รักการเดินทาง
อย่างสาวมิลินเป็นที่สุด

สีที่เลือกใช้ในคอลเล็กชั่นนี้ล้วนเป็นสีตุ่นแนววินเทจ อย่างสีเหลืองมัสตาร์ด สีเขียว และสีม่วงพลัม เมื่อมาอยู่บนซิลลูเอทเสื้อผ้าของมิลินกลับดูโมเดิร์นขึ้น ผสานสีสันสดใสตามกาลเวลาที่เปลี่ยนผ่าน เช่นชมพูช็อกกิ้งพิ้งค์และสีส้มสด ส่วนลายปริ้นท์ที่เลือกใช้คือลายดอกไม้ (floral) ที่สะท้อนความคลาสสิก แต่ใช้เทคนิคให้เหมือนการเดินทางข้ามเวลาจนเกิดแอฟเฟ็คที่เรียกว่า motion blur