ฮ่องกง ได้มีโอกาสเดินทางไปครั้งแรก น่าจะเรียนมหาวิทยาลัย ปี1, ตอนทำงานออฟฟิต และตอนที่เป็นช่างภาพ รวม 5 ครั้ง ในช่วง 30ปี หลายสิ่งหลายอย่างได้เปลี่ยนไปในทางที่ดีขึ้น พัฒนาขึ้นมากมาย ไม่ว่าจะเป็นผู้คน อัทยาศัย รถไฟฟ้าใต้ดินเพิ่มขึ้น นักท่องเที่ยวมากขึ้น สนามบินใหม่ แต่ที่จะกล่าวถึงวันนี้ คือ การเชื่อมต่อการเดินทาง ที่เห็นมาตั้งแต่ 30ปีที่แล้ว

สำหรับใครที่เคยไปเที่ยว ฮ่องกง สิงค์โปร ประเทศเพื่อนบ้านที่พัฒนาไปนานแล้ว จะเห็นว่า หลายปีที่แล้ว บัตรโดยสารแบบแตะแล้วผ่าน รวมถึงรถที่วิ่งผ่านได้ทันที  เขามีมาตั้งแต่เมื่อ 30ปีที่แล้ว และไทยก็พึ่งมี แต่ไม่ดีเท่าเขา หมายความว่า เรายังล้าหลังกว่า 30ปีครับ

เอาเรื่องใกล้ตัว บัตรโดยสาร Octopus ที่ใช้แตะแป้น ระบบสมัยนั้นสามารถแตะผ่าน ทั้งที่อยู่ในกระเป๋าถือ, กระเป๋าเงิน, หรือเป้ ซึ่งบอกว่าหนามาก  แต่ของไทย แค่กระเป๋าเงินยังไม่ผ่านเลย  และสามารถนำไปใช้จ่ายเงินแทนเงินสดได้ในหลายร้านค้า เช่น 7-11, ชมนมไข่มุก, ต่างๆ

บัตรทางด่วนหรือบัตรผ่านทางในรถยนต์ รถโดยสาร คือ วิ่งผ่านได้เลย ด้วยความเร็วพอประมาณ ไม้กั้นก็มีบ้าง แต่ยกขึ้นเร็วมาก ของไทยนั้นเทียบไม่ติด แม้จะมีมาหลายปีแล้ว แต่ปัญหาติดๆไม่ผ่านๆ ยังคงอยู่ทุกวันนี้  สิงคโปรนี่วิ่งผ่านไปเลยในย่านธุรกิจ เงินตัดปั้ปๆ

ทำไมประเทศไทย ผู้เสียเงินซื้อเทคโนโลยีมาแล้ว ยังใช้ไม่ได้ดี และไม่คืนเงินไปหล่ะ  ไม่ดีก็เปลี่ยนได้นี่ ที่เปลี่ยนไม่ได้ เพราะ??? รู้กัน

บ่นตอนต้น มาเล่าเรื่องตอนท้าย ชีวิตในฮ่องกง ตลอด 1สัปดาห์ คือ การเดินวันละ 10กิโลเมตรขึ้นไป ไปที่นั่นโน่นนี่ ต้องบอกว่า การเชื่อมต่อการเดินทาง ทั้งทางเดิน, ทางเท้า, สะพานลอย, สะพานเชื่อมตึก, รถเมล์, รถราง, รถไฟฟ้าใต้ดิน รวมถึงเรือ สำหรับผมเรียกว่า PERFECT เชื่อมต่อ Connectivity ได้สมบูรณ์ หรือเกือบจะสมบูรณ์ และยังไม่หยุดพัฒนา  บ้านเมืองเขาถนนน้อย เกาะเล็ก คนหลักล้าน แต่รถไม่ติด คนไม่ซื้อรถ แต่ว่า แห่กันไปใช้การเดินทางสาธารณะ เพราะอะไร เพราะว่าใช้ได้จริง มีคนพูดเขียนไว้เยอะแล้ว

หลักที่ผมเห็นในครั้งนี้ หรืออาจจะพึ่งจะสังเกตุ คือ สะพานลอย สะพานเชื่อมตึก ต่างๆในเขต Central, Wan Chai (เขตอื่นไม่ได้เดินครับ) การให้ความร่วมือของแต่ละตึกนั่น “ไม่อยากจะเชื่อ” แทบทุกตึกยินยอมให้มีทางเชื่อมเป็นเนื้อเดียวกันกับตึก เพื่อให้คนเดินทางผ่านได้อย่างเสรี คุณสามารถเดินเป็นกิโลโดยไม่ต้องลงมาเหยียบพื้นทางเดินข้างล่างเลย ทะลุตึกเชื่อมตึกทั้งหมด แล้วเดินลงสถานีรถใต้ดิน แบบเป็นเนื้อเดียวกับตึก ไม่โดดเด่นเหมือนในบ้านเรา ขนาดจะสร้างร่มไปต่อ ยังไม่ให้ วิ่งตากฝนไปนะ

หลักการที่มองออก คือ ฮวงจุ้ย พลังชี่ ที่วิ่งผ่านตลอดเส้นทาง หมายถึง พลังงานและความมั่งคั่งที่นำมา ถ้าไปปิดกั้น ความั่งคั่งก็ไม่เข้า เมื่อเชื่อมกันแบบนี้ ก็จะเหมือนภาพเส้นทางสายการบิน คือ เส้นวิ่งไปทั่วโลก นั่นแหละ คือ การเชื่อมต่อ ที่ทำให้เกิดความร่วมมือ การทำงานร่วมกัน การเห็นประโยชน์ส่วนรวมที่ทุกคนได้ประโยชน์ เกิดการไหลเวียน Flow ตลอดเส้นที่เราเดิน ผมว่าเจ้าภาพที่ทำให้เชื่อมกันได้ เก่งมหาศาล ที่ชี้แจงผลได้ผลเสียให้กับเจ้าของตึก เจ้าของกิจการ ได้มองเห็นสิ่งที่เหล่านี้ ฝันอยากให้ไทยใกล้เคียงแบบนี้