เพราะความหลงใหลในแฟชั่นและงานฝีมืออันสมบูรณ์แบบ จิรยง อนุมานราชธน ครีเอทีฟไดเร็คเตอร์แบรนด์ พญา’ (PHYA) ได้ปลุกกระแสการใช้ผ้าไทยให้กลับมาเป็นที่นิยมอีกครั้ง ด้วยการถ่ายทอดไอเดียสดใหม่ผ่านกระเป๋าหนังที่รังสรรค์อย่างมีเอกลักษณ์ด้วยการใช้ผ้าไหมสามตะกอจากจังหวัดขอนแก่น ดินแดนที่ขึ้นชื่อด้านการทอผ้าไหมมัดหมี่ผืนงามด้วยเทคนิคและลวดลายอันวิจิตรบรรจง ถ่ายทอดลงบนกระเป๋าหนังดีไซน์โก้หรูที่ชื่อว่า ‘เดอะ แคนคูน คอลเลกชั่น’ (The Kankoon Collection)

พญา’ (PHYA) แบรนด์กระเป๋าหนังและเครื่องประดับดีไซน์คุณภาพ ภายใต้คอนเซ็ปต์ โดดเด่นอย่างมีเอกลักษณ์ (Unique), โก้หรู (Elegance), สุนทรียะ (Aesthetic) และ เหนือกาลเวลา (Timeless) สี่คำที่สามารถบ่งบอกถึงงานดีไซน์ได้เป็นอย่างดี ผ่านการรังสรรค์จากช่างฝีมือผู้เชี่ยวชาญชาวไทยผนวกกับวัสดุชั้นเยี่ยมที่ถูกคัดสรรมาอย่างบรรจง ด้วยเทคนิคการผลิตอันแยบยลตอบสนองความต้องการของหญิงสาวที่ชื่นชอบในความโก้หรูและการใช้งานที่สะดวก เสริมภาพลักษณ์ที่เต็มไปด้วยความมั่นใจ ฉลาดและเลือกสรรแต่สิ่งที่ดีที่สุด สมกับเป็นหญิงสาวผู้มีความสง่างามตามแบบฉบับของ ‘พญา’ (PHYA)

จิรยง อนุมานราชธน กล่าวถึงแนวคิดหลักในการออกแบบครั้งนี้ว่า “ด้วยยุคสมัยที่คนเปิดกว้างเรื่องการแต่งตัว และสนุกกับการมิกซ์แอนด์แมทช์มากขึ้น เราจึงนำเสนอสิ่งใหม่ที่มีความเป็นเอกลักษณ์เฉพาะตัวของงานศิลป์ไทย ประกอบกับได้มีโอกาสเดินทางไปที่จังหวัดขอนแก่น และได้เห็นผลงานการทอผ้าไหมอันประณีตบรรจง ซึ่งเรียกว่าผ้าไหมสามตะกอที่มีเส้นใยการทอแน่นเป็นพิเศษ มีลวดลายสวยงามแปลกตาจึงเกิดไอเดียที่นำผ้าไหมมัดหมี่นี้มาผสานเข้ากับกระเป๋าหนังแบรนด์พญาที่มีดีไซน์โก้หรูอยู่แล้ว สามารถสร้างความแปลกใหม่ที่มีความร่วมสมัยได้เป็นอย่างดี สามารถใช้ได้จริงในชีวิตประจำวัน และยังเป็นการส่งเสริมการใช้ผ้าไทยอีกทางหนึ่ง”

สำหรับ ‘เดอะ แคนคูน คอลเลกชั่น’ (The Kankoon Collection) ทีมดีไซน์ของ พญา’ (PHYA) ได้ใช้เทคนิคการตัดเย็บขั้นสูง และประณีตในทุกขั้นตอน เพราะเป็นการผสมผสานระหว่างผ้าไหมมัดหมี่ที่นำมาตัดเย็บเข้ากับโครงของกระเป๋าที่ทำจากหนัง ดังนั้น การวางลวดลายและแพทเทิร์นของผ้าจึงต้องใช้ทักษะความเชี่ยวชาญของทีมช่างฝีมือเป็นอย่างมาก เพื่อไม่ให้ผ้าตึงหรือหย่อนจนเกินไป ซึ่งสำหรับรูปทรงของกระเป๋าในคอลเลกชั่นนี้ พญา’ (PHYA) ได้ออกแบบมาเป็น 2 ดีไซน์ด้วยกัน ได้แก่ กระเป๋าทรงสี่เหลี่ยมผืนผ้าที่สามารถใช้ถือเป็นคลัทช์ได้ พร้อมประดับด้วยสายสะพายโซ่โลหะจากอิตาลี สำหรับหญิงสาวที่ต้องการความทะมัดทะแมงด้วยการสะพายข้างหรือสะพายแล่ง ซึ่งออกแบบมาให้มีทั้งขนาดเล็กและขนาดกลางที่มีพื้นที่จุของได้อย่างครบครัน และอีกหนึ่งรูปทรงนั้นมาในดีไซน์เล็กกะทัดรัดกับกระเป๋าทรงบ็อกซี่อันสง่างามราวกับผลงานสถาปัตยกรรมชั้นสูง ที่มีเอกลักษณ์เฉพาะตัวด้วยการเย็บประกบหนังสองชิ้นเข้าด้วยกัน  เมื่อผสานเข้ากับลวดลายอันวิจิตรของผ้าไทยยิ่งสามารถสะท้อนถึงดีไซน์หรูหราสง่างามได้เป็นอย่างดี ที่นอกจากใช้ถือแล้วทางแบรนด์ยังเพิ่มฟังก์ชั่นประดับสายโซ่สำหรับใช้สะพายได้เช่นกัน

อีกหนึ่งจุดเด่นของผ้าไหมมัดหมี่สามตะกอที่นอกจากความหนาของผ้าแล้วยังมีเทคนิคพิเศษในการทอด้วย โดยเมื่อทำการทอหรือขึ้นกี่แต่ละครั้งก็จะได้ลวดลาย และสีของผ้าแต่ละผืนแตกต่างกันออกไป ซึ่งถึงแม้จะแกะลาย ทำการย้อมสี หรือกระตุกกี่เหมือนเดิม แต่ลวดลายก็จะออกมาไม่เหมือนเดิม ถือเป็นความพิเศษและลักษณะเฉพาะตัวของผ้าชนิดนี้ ดังนั้นสำหรับคอลเลกชั่นนี้ พญา’ (PHYA) จึงเลือกสรรลายผ้าที่มีความงดงามตามเอกลักษณ์ไทย และยังคงความทันสมัยสามารถมิกซ์แอนด์แมทช์กับทุกลุคได้อย่างน่าสนใจ ซึ่งประกอบไปด้วย 7 ลายด้วยกัน ได้แก่ เขียวพฤกษา (Emerald), ทองตาล (Amber), ปีกแมงทับ (Sapphire) รวมถึงลายประยุกต์ต่างๆ ได้แก่ กลีบบัว (Lilac), เทาทองแดง (Auburn), แดงหมอก (Tulip) และลายซิกเนเจอร์ประจำคอลเลกชั่น แคนแก่นคูน (KanKaenKoon) ที่ต้องใช้เทคนิคการทอชั้นสูง เพราะเป็นลายที่จะต้องมีองค์ประกอบของลายอื่นๆ รวมอยู่ 7 ลายด้วยกัน ได้แก่ ลายแคน, ดอกคูน, พานบายศรี, ลายขอ, ลายโคม, ลายกง และลายหมากจับ ซึ่งผ้าไหมแคนแก่นคูนยังเป็นผ้าไหมประจำจังหวัดของขอนแก่นอีกด้วย

สัมผัสความงดงามของกระเป๋า ‘เดอะ แคนคูน คอลเลกชั่น’ (The Kankoon Collection) ได้แล้ววันนี้ที่แฟล็กชิปสโตร์ ศูนย์การค้าเกษรวิลเลจ ชั้น 3 หรือ www.phyaofficial.com, Facebook: phyaoffical, Instagram: phyaoffical และ Line ID: @phya