Siam Center Design Forward : InSpy U-Fashion Contest 2007

3138

Fashion Show : InSpy U-Fashion Contest 2007
Brand : Spy Wine Cooler
Venue : Siam Center
Date / Time : 21 September 2007 ,18.00

InSpy U-Fashion Contest 2007
Siam Center Design Forward

Click here to Google Photo Gallery
ผมได้ย้ายภาพแกลเลอรี่มาที่ Google Photo

มยุรี ชัยพรหมประสิทธิ์ ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการ ด้านส่งเสริมธุรกิจ สยามเซ็นเตอร์ ร่วมกับ วณีภรณ์ ศิลปวิทยาทร รองผู้อำนวยการ ฝ่ายการตลาด บริษัท สยาม ไวเนอรี่ จำกัด ให้เกียรติเป็นประธาน ในงาน แฟชั่นโชว์ รอบตัดสินของการประกวด Siam Center Design Forward : InSpy U-Fashion Contest 2007 ในวันศุกร์ที่ 21 กันยายน 2550 ณ ชั้น 1 Siam Center เพื่อเฟ้นหาสุดยอด University Young Designer ที่เต็มเปี่ยมไปด้วย ความคิดริเริ่มสร้างสรรค์ และความมุ่งมั่น ที่จะก้าวสู่วงการแฟชั่น ระดับมืออาชีพ ต่อไปในอนาคต ชิงเงินรางวัลรวมมูลค่ากว่า 100,000บาท พร้อมโล่รางวัลเกียรติยศ

“แรงบันดาลใจ….. เกิดขึ้นได้ทุกที่ และสร้างสรรค์ชีวิตที่ดีขึ้น” คือแนวความคิดที่ เป็นจุดกำเนิดของโครงการประกวด Siam Center Design Forward : InSpy U-Fashion Contest 2007 ที่ได้เปิดตัวไปเมื่อ กรกฏาคม ที่ผ่านมา ภายใต้การประกวดแฟชั่นดีไซน์ในหัวข้อ “Cocktail Party” โดยได้รับความสนใจจากนิสิต นักศึกษา ร่วมส่งผลงานเข้าประกวด ประชันความสามารถกว่า 200ผลงาน จากมหาวิทยาลัยทั่วประเทศ และคณะกรรมการ ได้คัดเหลือเพียง 10ผลงาน ในรอบสุดท้าย เข้าร่วมอบรม work shop พิเศษ Close- Up InSpy โดยได้รับเกียรติจาก 3มืออาชีพ แห่งวงการแฟชั่น ภาณุ อิงคะวัต, ดร.อโนทัย ชลชาติภิญโญ และ ภัทรศรัณย์ ศรีเลื่อนสร้อย ร่วมถ่ายทอดประสบการณ์ และให้คำแนะนำ เพื่อจุดประกายไอเดีย ให้กับทีมนักศึกษา ที่ผ่านการคัดเลือก ก่อนลงมือสร้างสรรค์ ผลงานจริง สำหรับแสดงแฟชั่นโชว์รอบตัดสิน

คณะกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิ ในวงการแฟชั่น นำโดย
คุณฟอร์ด – กุลวิทย์ เลาสุขศรี, บรรณาธิการบริหารนิตยสาร แอล ประเทศไทย กูรูคนสำคัญของวงการแฟชั่นเมืองไทย
คุณภัทรศรัณย์ ศรีเลื่อนสร้อย, Designer ชื่อดังจากห้องเสื้อ HeadQuarter
คุณวัชรินทร์ ผ่องใส, แฟชั่นคอลัมนิสต์
คุณวณีภรณ์ ศิลปวิทยาทร, รองผู้อำนวยการ ฝ่ายการตลาด บริษัท สยาม ไวเนอรี่ จำกัด
คุณมยุรี ชัยพรหมประสิทธิ์, ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการ ด้านส่งเสริมธุรกิจ สยามเซ็นเตอร์

โดย ทีมชนะเลิศ ในการประกวดจะได้รับเงินรางวัลมูลค่า 50,000บาท พร้อมโล่ห์เกียรติยศ ส่วนรองชนะเลิศจำนวน 2รางวัล จะได้รับเงินรางวัลมูลค่า 30,000บาท พร้อมโล่ห์เกียรติยศ พร้อมทั้งมี รางวัลพิเศษจากทาง บริษัท สยาม ไวเนอรี่ จำกัด

รายละเอียดผลงานของนักศึกษา 10 ทีมที่ผ่านการคัดเลือก

1. คอลเลคชั่น: X-Ray
นายปรเมศวร์ พงศ์ลาภประเสริฐ
คณะมนุษศาสตร์และสังคมศาสตร์ มหาวิทยาลัยราชภัฏธนบุรี
ได้แรงบันดาลใจจากคำสอนของผู้ใหญ่ที่ว่า “การจะดูคนอย่ามองแค่เพียงภายนอก ให้มองลึกถึงภายใน ให้มองที่อุปนิสัย ความเป็นตัวตนที่แท้จริง อย่าหลงไปกับสิ่งที่เค้าสรรค์สร้างขึ้นมา เป็นภาพลวงตา” เพราะงานกลางคืนส่วนใหญ่ นั้นเป็นงานที่รวมกลุ่มคนหลายๆ สังคม มีทั้งดี และ ร้าย ที่แอบแฝงเข้ามา เราจึงควรที่จะต้องคอยดูแลตัวเอง เหมือนกับการ X-RAY นั้น เราสามารถที่จะมอง เห็นถึงภายในร่างกายของมนุษย์ โครงสร้างของกล้ามเนื้อ กระดูก และส่วนประกอบต่างๆ ภายใน จึงออกแบบมาในรูปลักษณ์ของกายวิภาค เลือกใช้ฟอร์มของกล้ามเนื้อ กระดูก มาเป็นหลักในการออกแบบ เลือกใช้สีดำทั้งหมด เพราะเป็นสีที่สุภาพ และช่วยเสริมสร้างบุคลิกภาพ ความโดดเด่น ให้กับผู้ที่สวมใส่ เลือกใช้ผ้าหลากหลายชนิด เพื่อสร้างมิติ และผิวสัมผัสที่แตกต่างกัน เช่น ผ้าถัก หนังแท้ หนังเทียม ผ้าไหม ผ้าฝ้ายทอมือ ผ้าเฟอร์นิเจอร์ ผ้าปักเลื่อม การออกแบบเน้นที่ความร่วมสมัย และสวมใส่ได้จริงในชีวิตประจำวัน มีการนำศิลปะมาใช้ในการตกแต่ง อาทิ การพลีทผ้า การตัดต่อ (Patch Work) ประติมากรรม การตัดเจาะ และ การฉลุลาย

2. คอลเลคชั่น: Many Faces of Glass
นายสรวุฒิ โภคัง และ นางสาวสุนิสา ศรีปริวาทิน
คณะศิลปกรรมศาสตร์ เอกออกแบบแฟชั่น มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ
คอลเลคชั่นที่ได้รับแรงบันดาลใจมาจาก “แก้ว” โดยภายในงาน “ค็อกเทลปาร์ตี้” เราก็จะได้เห็นแก้วหลายรูปแบบ หลายรูปทรง หลายลักษณะ ผ่านกระบวนความคิด กลั่นกรองออกมาเป็นผลงานในลักษณะ Semi – Couture ที่สามารถสวมใส่ไป งานปาร์ตี้ได้จริงๆ โดยเทคนิคต่างๆ ที่ใช้กับผ้า ได้มาจากการมองแก้ว ในมุมมองที่แตกต่างออกไป เช่น ก้นของแก้วที่มีลักษณะ แผ่กระจายออกไปเป็นวงกลม การซ้อนกันของแก้ว ส่วนสีของชุดนั้นได้มาจาก ความแวววาวของแก้ว คือสีดำ เทาเมทัลลิค และทองแดง

3. คอลเลคชั่น: Revo
นางสาวอรพรรณ วนิชกีรติ และ นายธีรวุฒ ชูพล
คณะศิลปกรรมศาสตร์ เอกออกแบบแฟชั่น มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ
ได้แรงบันดาลใจมาจากเทคโนโลยี รถยนต์ในอนาคตของ Audi ที่รับการพัฒนาเพื่อตอบสนอง ความต้องการของมนุษย์เป็นอย่างดี ตีความออกมาเป็นเสื้อผ้าในแนว Cocktail Party

4. คอลเลคชั่น: The Neon Cubism
นายอรรถสิทธิ์ จันทร์นิเวศน์ และ นางสาวอชิมา นิรันพรพุทธา
คณะศิลปกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ
แรงบันดาลใจในการสร้างสรรค์ ผลงานมาจากศิลปะ “คิวบิซึ่ม” ของ “ปีกัสโซ่” (Picasso) ที่มีลักษณะเป็นรูปทรงเรขาคณิต ผสมผสานกับสีสันแห่งราตรี ที่เกิดจากแสงหลอดไฟ ที่เจิดจ้า สดใส ตัดกับสีดำของท้องฟ้าในยามค่ำคืน โดยใช้วัสดุเนื้อผ้าที่มีส่วนประกอบของเส้นใยสังเคราะห์ และมีความมันวาวบนเนื้อผ้า หรือผ้าประเภทหนัง ผสานกับการใช้เทคนิค Patchwork และการกุ๊นผ้าที่มีความแตกต่างของ Texture ด้วยสีสันที่เพิ่มความโดดเด่นให้กับผู้สวมใส่

5. คอลเลคชั่น: น้ำนิ่งไหลลึก
นางสาวธันย์ชนก ธัญญศิริ
คณะศิลปกรรมศาสตร์ ภาควิชานฤมิตศิลป์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย
สุภาษิตไทยที่ว่า “น้ำนิ่งไหลลึก” นำมาสู่การตีความถึง ความเป็นผู้หญิงที่ภายนอกดูนิ่ง ขรึม เป็นทางการ และเท่ห์ แต่ช่วงเวลาปาร์ตี้ ก็สามารถสนุกสนานได้อย่างไม่หลุดสไตล์ ก่อให้เกิดแรงบันดาลใจของการสร้างสรรค์ผลงาน โดยเป็นชุดเดรปบนเสื้อเชิ้ตขาว ที่ดูเรียบง่าย และเป็นทางการ ผสมผสานกับผ้ายืด ใช้เทคนิคการจับเดรปที่มีฟอร์มอิสระ และการจับเดรปที่ยึดตามรูปแบบของน้ำ ด้วยการม้วนเหมือนเกลียวคลื่น การย้อนกลับ การไหลวน การจับจีบที่สร้าง Texture เหมือนผิวน้ำ โดยคุมโทนสีตามลักษณะที่เป็นผู้หญิงที่คงความเท่ห์ ด้วยสีขาว และสีเทา

6. คอลเลคชั่น: Spider Web
นางสาวมรกต ภาพย์ตันติ
คณะครุศาสตร์ สาขาศิลปศึกษา จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย
“ใยแมงมุม” นับว่าเป็นธรรมชาติที่น่าอัศจรรย์ สวยงามและลึกลับ ถูกนำมาเป็นแรงบันดาลใจ ในการออกแบบผลงาน และถ่ายทอดออกมาด้วยเทคนิควิธีการ ผูก มัด ถัก เชือก ดิ้น ด้ายและวัสดุอื่นๆ ที่มีความหลากหลาย ห่อหุ้มด้วยผ้าซีฟองที่มีความบางเบา สร้างความอ่อนโยน แต่แฝงไว้ด้วยเสน่ห์ในรายละเอียดที่น่าค้นหา

7. คอลเลคชั่น: Joking Ball
นางสาวชลิดา มหาสวัสดิ์
สาขาออกแบบแฟชั่นและสิ่งทอ มหาวิทยาลัยกรุงเทพ
ช่วงเวลาของงาน ค็อกเทล ปาร์ตี้ คือ ช่วงเวลาแห่งความสุขของผู้คน โดย “Joking Ball” หมายถึง งานรื่นเริง ที่ตลกขบขัน มีการเต้นรำในท่าทางที่แปลกประหลาด ซึ่งผู้ที่สร้างความขบขันในครั้งนี้ คือกลุ่มนักแสดงละครหาบเร่ที่เต็มใจ ให้ความบันเทิงภายในงานนี้ คอลเลคชั่นนี้ จึงใช้วัสดุบางเบา ที่สวมใส่สบาย เน้นการ Patch work และการพิมพ์ลายผ้ากราฟฟิก รวมทั้งการปรับรูปทรง ที่เกิดจากลักษณะท่าทางการเต้นรำ จนเกิดเป็น Position ที่สามารถนำมาปรับเปลี่ยนรูปทรงได้ สัดส่วนของสีใช้ จะเน้นโทนสีพาสเทล กับสีเบสิค เช่น สีเทา ดำ และ ขาว

8. คอลเลคชั่น: Butterfly Effect
นายรัฐนันท์ อัครเธียรสิน คณะศิลปกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ
นายจตุรภัทร ประสานศรี คณะบริหารธุรกิจ มหาวิทยาลัยหอการค้าไทย
ผลงานคอลเคลชั่นนี้ ได้แรงบันดาลใจมาจาก “ผีเสื้อพันธุ์ White Butterfly” ที่โดดเด่นด้วยสีขาวบริสุทธิ์ เมื่อเวลาถูกกับแสงแดด สีขาวสะท้อนออกมาดูสวยงาม นำเสนอถึงหญิงสาวที่ดูอ่อนหวาน น่ารัก แต่ซ่อนหญิงสาวอีกคนที่มีความโดดเด่น เปรี้ยวซ่าเอาไว้ภายใน เทคนิคในการออกแบบ เสื้อผ้าจะเน้นการฉลุลายผ้าที่ตัดทอน มาจากปีกผีเสื้อ บนผ้าสีครีมอ่อนๆ และลายพิมพ์รูปผีเสื้อสีขาว ลงบนผ้าซีทรู เมื่อเวลาที่อยู่ใน ปาร์ตี้แล้วโดนกับแสงไฟ Black light ลายผีเสื้อบนชุดก็จะสะท้อนแสงออกมา ทำให้หญิงสาวที่ดูน่ารัก กลับเปรี้ยวซ่าขึ้นมาทันที

9. คอลเลคชั่น: Flash Dance
นายเรืองเดช รัตนโกสีย์กิจ
คณะศิลปกรรมศาสตร์ เอกออกแบบแฟชั่น มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ
“สีสันแสงสีและความสนุกสนานในยามค่ำคืน” คือแรงบันดาลใจที่ต้องการเปลี่ยนค่ำคืนธรรมดา ให้กลายเป็นคืนอันสุดมันส์ โดยมีกลิ่นอายของหนุ่มสาวปาร์ตี้ ในยุค 80 โดดเด่นด้วย เสื้อไหล่เท เลกกิ้ง แผ่นเสียงและลวดลายกราฟฟิกย้อนยุค ในสีสัน Neon-Rave ฉูดฉาดเร้าใจ ที่สะท้อนถึงค่ำคืนอันสุดเหวี่ยง ในคอลเลคชั่นนี้จะใช้เทคนิคตัดต่อ และพิมพ์ลายกราฟฟิกเป็นหลัก ในส่วนของ Accessories เช่น กำไล รองเท้า และกระเป๋า จะทำด้วยวัสดุ มันเงา หนัง และอะคริลิก พร้อมแต่งเติมกราฟฟิกจัดจ้าน แปลกใหม่ เตรียมเป็นหนุ่มสาวสุดฮอตแห่งค่ำคืน

10. คอลเลคชั่น: The Infinimories
นายรุจน์พงศ์ ขจรเดชะ
คณะศิลปกรรมศาสตร์ ภาควิชานฤมิตศิลป์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย
แรงบันดาลใจในการสร้างสรรค์ผลงานมาจาก “ภาพถ่ายของ Hugh Shurley” ศิลปินชาวอเมริกัน ที่มีความโดดเด่นด้าน Collage Art สร้างงานที่มีเอกลักษณ์ ด้วยการพิมพ์ภาพลงบนกระจกทับซ้อนกัน โดยในแต่ละชั้น ก็จะใส่รายละเอียดเกี่ยวกับ ความทรงจำส่วนตัวต่างๆ เช่นรูปถ่ายเก่าๆ ของสะสมต่างๆ ลงไปอย่างอ่อนโยน แต่ใส่ใจกับการให้น้ำหนัก และความหมายของภาพ ส่งผลให้งานของเขาเหมือนกับ จมอยู่ในห้วงเวลาหนึ่ง เป็นภาพสามมิติที่เรียบง่าย เปิดกว้างให้ตีความได้อย่างลึกซึ้ง ซึ่งคอลเลคชั่น : The Infinimories เกิดจากการตีความของการซ้อนทับกัน ของความทรงจำอย่างไม่มีที่สิ้นสุด แทนด้วยสัญลักษณ์ Infinity ที่เชื่อมโยงทุกสรรพสิ่งเอาไว้ด้วยการ ผูกมัดบนโครงเสื้อทำจาก Material เนื้อบางเบา เช่น ป่าน ลินินเนื้อบาง หรือ ผ้าชิลก์ซีฟอง โปร่งแสง ให้รายละเอียดกับ Textile ต่างๆ ทับซ้อนกัน ในโทนสีซีเปีย ทำให้ Mood & Tone ของคอลเลคชั่นนี้ มีความคลาสสิก มีพลัง ให้อารมณ์ของความ Antique ดูมีเสน่ห์น่าค้นหา

Pros