งานเปิดตัวหนังสือ “วินทุกเว(ที) Ways to Win” – Winners ตบเท้าบันทึกสถิติริบลีส์มากที่สุดในเมืองไทย

2313

Event : งานเปิดตัวหนังสือ “วินทุกเว(ที) Ways to Win” – Winners ตบเท้าบันทึกสถิติริบลีส์มากที่สุดในเมืองไทย
Venue : Pratumwan Princess Hotel
Date/Time : 14 October 2013, 14.14

งานเปิดตัวหนังสือ “วินทุกเว(ที) Ways to Win”
Winners ตบเท้าบันทึกสถิติริบลีส์มากที่สุดในเมืองไทย

Photo by Banhan, Jirakrit and Jade

สำนักพิมพ์ไอซีซีพับลิชชิ่ง ร่วมกับ กลุ่มเบญจมิตร และกัลยาณมิตรผู้ให้การสนับสนุน จัดงานเปิดตัวหนังสือคู่มือเล่มแรกแห่งวงการประกวดและแข่งขัน “วินทุกเว(ที) Ways to Win…คัมภีร์พิชิตมงกุฎ กลยุทธ์สู่ดวงดาว” โดยมีผู้ชนะเลิศจากหลากหลายเวทีการประกวด การแข่งขัน และการคัดเลือกเป็นตัวแทน มาร่วมงานพร้อมบันทึกสถิติครั้งประวัติศาสตร์กับงานชุมนุมผู้ชนะเลิศมากที่สุดในเมืองไทยกว่า 200 คน ซึ่งมีพิพิธภัณฑ์ Ripley’s Believe It or Not! Pattaya Thailand โดย คุณสมพร นาคซื่อตรง ผู้บริหาร ทำการบันทึกสถิติและมอบประกาศนียบัตรรับรอง โดยมีแขกคนสำคัญและสื่อมวลชนร่วมเป็นสักขีพยาน ณ โรงแรมปทุมวันปริ๊นเซส กรุงเทพฯ

Click here to Google Photo Gallery

นางสาวจันจิรา จันทร์โฉม (มิสไทยแลนด์ยูนิเวิร์ส ปี 2545) บรรณาธิการบริหาร สำนักพิมพ์ไอซีซีพับลิชชิ่ง เผยว่า  “วินทุกเว(ที) Ways to Win…คัมภีร์พิชิตมงกุฎ กลยุทธ์สู่ดวงดาว” เป็นหนังสือที่ตรงตามวัตถุประสงค์ของสำนักพิมพ์คือ เป็นหนังสือที่มีประโยชน์ต่อสังคมและมนุษย์ ส่งเสริมให้ผู้อ่านได้เรียนรู้หลักคิด ประสบการณ์และวิธีปฏิบัติเพื่อให้เกิดความสุขและความสำเร็จในการดำเนินชีวิต ทางสำนักพิมพ์จึงค้นหานักเขียนหน้าใหม่ พร้อมคัดสรรหนังสือดีมีประโยชน์นำมาถ่ายทอดให้กับผู้อ่านทุกท่าน ดังเช่นที่เราทำมาตลอด

หนังสือเล่มนี้ผู้เขียนทั้ง 5 ท่านได้นำเสนอแนวคิดในการถ่ายทอดประสบการณ์ในฐานะกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิในการตัดสินการประกวดต่างๆ  มากมายกว่าร้อยเวที รวมทั้งมีกลเม็ดเคล็ดลับให้ได้มาซึ่งตำแหน่งสูงสุดในการประกวดความงามและการแข่งขันความสามารถด้านต่าง ๆ ในมุมมองของผู้ที่ทำหน้าที่ชี้ขาดว่า ใครจะเป็นผู้ชนะ

วินทุกเว(ที) Ways to Win…คัมภีร์พิชิตมงกุฎ กลยุทธ์สู่ดวงดาว เป็นหนังสือที่ได้มอบอรรถประโยชน์และความบันเทิงเชิงวรรณกรรมให้กับผู้อ่านทุกท่านดังเจตนารมณ์ของคณะนักเขียนและสำนักพิมพ์ ที่จะเป็นส่วนหนึ่งในการรังสรรค์เส้นทางแห่งความฝันให้กับเด็กและเยาวชน วัยรุ่น หนุ่มสาวผู้มีใจรักในการประกวดและการแสดงออกซึ่งความสามารถอย่างสร้างสรรค์บนเวทีแห่งเกียรติ โดยจะเป็นบันไดดาวที่ส่งต่อความฝันของทุกคนให้เดินทางสู่เวทีระดับประเทศ และเส้นทางอาชีพในวงการบันเทิงได้ต่อไปในอนาคต”

สำหรับ กลุ่มเบญจมิตร ประกอบด้วย คุณปุ๋ย-อนุรี อนิลบล กรรมการบริหาร บริษัท เมคอัพเทคนิคอินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด (เอ็มทีไอ), ครูปิ่น-ปิ่นศิริ ศิริปิ่น ผู้อำนวยการโรงเรียนดนตรีและลีลา ศิริปิ่น/ Siripin School of Music & Dance 1987, คุณหนึ่ง ธนาธร หัวหน้าข่าวบันเทิงหนังสือพิมพ์สยามรัฐ/กรรมการบริหารสมาคมผู้สื่อข่าวแห่งประเทศไทย,คุณหนุ่ม-ประเสริฐ เจิมจุติธรรม กูรูนางงาม/ที่ปรึกษานิตยสาร VOLUME  และ คุณบ๊อบ-จุมพล โพธิสุวรรณ   ผู้ช่วยบรรณาธิการบริหารหนังสือ บางกอก ทูเดย์/อาจารย์พิเศษคณะนิเทศศาสตร์ มหาวิทยาลัยศรีปทุม

ซึ่งนักเขียนทั้ง 5 ท่านได้รวบรวมยอดความคิดเกี่ยวกับหนังสือเล่มนี้ว่า ในโลกแห่งการแข่งขัน เมื่อคุณก้าวสู่ความเป็นที่หนึ่ง คุณจะได้ชื่อว่าเป็น “ผู้ชนะ” ไม่ได้เลย หากไม่มี “ผู้แพ้” สังคมทุกวันนี้มีแต่คนต้องการเป็น “ผู้ชนะ” เพื่อก้าวไปสู่โอกาสที่ดีกว่า ทั้ง ๆ ที่มีพื้นที่ยืนในตำแหน่งนี้เพียงหนึ่งเดียวเท่านั้น แล้ว “ผู้แพ้” ที่มีอยู่มากมาย เขาจะไปยืนตรงจุดไหน

“วินทุกเว(ที) Ways to Win…คัมภีร์พิชิตมงกุฎ กลุยทธ์สู่ดวงดาว” หนังสือที่มีเนื้อหาที่รวบรวมจากประสบการณ์ทางด้านการประกวดเวทีต่าง ๆ โดยสั่งสมกันมาเกือบครึ่งค่อนชีวิตของผู้เขียนทั้ง 5 คน ที่ต่างกรรมต่างวาระ ต่างมิติ แต่โชคชะตาได้ลิขิตให้เราได้เป็น “กัลยาณมิตร” ร่วมแลกเปลี่ยนประสบการณ์จน “ตกผลึก” แล้วย่อโลกกว้างย่นทางไกลใส่หนังสือเล่มนี้

เจตนารมณ์ของผู้เขียนไม่ได้ต้องการให้คนทุกคนเป็น “ผู้ชนะ” แต่เพียงเท่านั้น ขณะเดียวกันเราต้องการให้ “ผู้แพ้” รู้จักปรับตัว ปรับทัศนคติ พร้อมที่จะใช้ชีวิตอยู่ในสังคมต่อไปให้เป็นและให้ได้   ไม่จมอยู่กับ “ทะเลน้ำตา มหาสมุทรแห่งความโศกเศร้า”

สำหรับ “ผู้ชนะ” ย่อมต้องนำโอกาสที่ดีที่ได้รับมา นอกเหนือจากเอื้อประโยชน์ต่อตนเองแล้ว ยังคงต้องแบ่งปันไปยังผู้อื่นและสังคมบ้าง รวมทั้งให้ตระหนักอยู่เสมอว่า “ที่หนึ่งนั้นเป็นยาก แต่การรักษาความเป็นที่หนึ่งนั้นยากยิ่งกว่า”

“วินทุกเว(ที) Ways to Win…คัมภีร์พิชิตมงกุฎ กลุยทธ์สู่ดวงดาว” เสมือนไฟฉายส่องทางสว่างให้ผู้อ่าน โดยเฉพาะผู้ที่จะเข้าประกวดหรือแข่งขันมองเห็นและเดินทางไปสู่ความสำเร็จดั่งใจประสงค์ พร้อมทั้งปรารถนาให้ผู้อ่านทุกคนได้ภูมิคุ้มกันคือ รู้จักคำว่า “ชนะเป็น” และ “แพ้เป็น” ไม่ว่าจะเป็นบน เวทีประกวด หรือ เวทีชีวิต ก็ตามที

เปิดใจ 5 นักเขียน “วินทุกเว(ที) Ways to Win”

ในปัจจุบันนี้จะเห็นได้ว่าในเมืองไทย ได้มีการจัดประกวดและแข่งขันในประเภทต่าง ๆ มากมาย ซึ่งมีผู้ให้ความสนใจสมัครเข้าร่วมชิงชัยเป็นจำนวนมาก โดยเฉพาะเด็กรุ่นใหม่ แต่ตำแหน่งชนะเลิศมีเพียง 1 ที่เท่านั้น ดังนั้นการเตรียมความพร้อม อย่างเช่นการตอบโจทย์เวที จึงเป็นเรื่องที่สำคัญ เพื่อเป็นเส้นทางลัดก้าวสู่ความสำเร็จ อีกทั้งการรู้จักชนะเป็น และแพ้เป็น 5 ผู้คร่ำหวอดเวทีการประกวดและการแข่งขัน ตลอดจนการคัดเลือกตัวแทนต่าง ๆ จึงได้ตกผลึกความรู้และประสบการณ์มาแนะนำน้องๆ  และผู้สนใจในรูปแบบหนังสือที่ชื่อ “วินทุกเว(ที) Ways to Win…คัมภีร์พิชิตมงกุฎ  กลยุทธ์สู่ดวงดาว” อ่านง่าย ปฏิบัติง่าย ทั้ง 5 ได้เปิดใจพูดคุยถึงผลงานชิ้นโบว์แดงเล่มนี้

บ๊อบ-จุมพล โพธิสุวรรณ : ตอนนี้เป็นผู้ช่วยบรรณาธิการบริหาร หนังสือพิมพ์บางกอก ทูเดย์ ดูแลข่าวซอฟท์นิวส์ทั้งหมด เช่น บันเทิง สตรี ศิลปวัฒนธรรม และเป็นอาจารย์พิเศษสอนอยู่คณะนิเทศศาสตร์ มหาวิทยาลัยศรีปทุม รวมไปถึงเป็นวิทยากรด้านการสื่อสารมวลชน,งานประชาสัมพันธ์,ที่ปรึกษาและกรรมการตัดสินการประกวดในหลายเวทีที่ผ่านมาก็เกือบ ๆ 20 ปี แล้วครับ

หนุ่ม-ประเสริฐ เจิมจุติธรรม : อาชีพหลักเป็นนักธุรกิจ อาชีพรองเป็นนักเขียน และเป็นผู้เชี่ยวชาญเรื่องการประกวด ได้รับเชิญให้เป็นกรรมการในการประกวดนางงามและอื่นๆ มาแล้วประมาณ 400 เวที ภายในระยะเวลาเกือบ 20 ปี รวมไปถึงถือลิขสิทธิ์การประกวดทั้งในและต่างประเทศในหลายเวที กระทั่งมีนิตยสารเล่มหนึ่งตั้งฉายาว่า “เป็นคนที่มีความสุขท่ามกลางความงาม”

ปุ๋ย-อนุรี อนิลบล : กรรมการบริหาร บริษัท เมคอัพเทคนิคอินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด (MTI)  ดูแลฝ่ายโฆษณา ประชาสัมพันธ์ และภาพลักษณ์องค์กร เป็นพิธีรายการ Beauty Today ทางช่อง s channel เป็นกรรมการตัดสินการประกวดต่างๆ  มากมาย จนได้รับฉายว่า “กรรมการร้อยเวที” และเป็นคอลัมนิสต์หนังสือพิมพ์บางกอก ทูเดย์

ครูปิ่น-ปิ่นศิริ ศิริปิ่น เป็นผู้อำนวยการโรงเรียนดนตรีและลีลา ศิริปิ่น   แรกเลยก็คืออยากเป็นนักร้องมาตั้งแต่เด็ก  ขึ้นประกวดร้องเพลงเวทีแรก   ดูแล้วก็ไม่น่าจะรุ่ง  ระหว่างการประกวดเมื่อมองลงไปเห็นกรรมการตัดสินนั่งอยู่ด้านล่าง  ก็เกิดดวงตาเห็นธรรมว่า  ที่ตรงนั้นน่าจะเหมาะกับเรามากกว่า   เพราะเป็นผู้มีอำนาจในการตัดสินชี้ชะตาของคนที่อยู่บนเวที   ก็เลยเบนเข็มมาเรียนดนตรีเป็นวิชาเสริมควบคู่ไปกับการเรียนสายสามัญ    ระหว่างที่เรียนปริญญาตรีก็ทำงานพิเศษเป็นครูสอนเปียโนควบคู่กันไป    หลังจากจบนิเทศศาสตร์ จุฬาฯ และบริหารจากนิด้า (สถาบันบัณฑิตพัฒนบริหารศาสตร์)  เริ่มทำธุรกิจโดยการ เปิดโรงเรียนสอนดนตรีก่อน   แล้วเพิ่มไลน์วิชาร้องเพลง  เต้นและการแสดง   ส่วนเรื่องการประกวด ก็เริ่มจากการรับเชิญไปเป็นกรรมการการประกวดตามเวทีต่างๆ    ส่วนตัวแล้วครูปิ่นชอบชมการแสดงต่างๆ   ไม่ว่าจะของไทย หรือเมืองนอก    ที่ชอบชมการประกวด  เพราะรู้สึกว่าเขาจะต้องนำสุดยอดของแต่ละความคิดที่ผ่านการคัดเลือกมาแล้วเป็นอย่างดี   มาให้เราชม   นอกจากความเพลิดเพลินแล้ว  เรายังสามารถนำเทคนิคมาต่อยอด   หรือปรับปรุงเพื่อใช้ในการเรียนการสอนต่อไป

หนึ่ง ธนาธร :  ผมเริ่มจากเป็นประชาสัมพันธ์ที่บริษัทไฟว์สตาร์โปรดักชั่น จนเป็นผู้จัดการประชาสัมพันธ์ หลังจากนั้นก็ทำหนังสือ “ดาราไทย” แล้วออกมาเป็นฝ่ายโปรโมชั่นของสถานบันเทิง ช่วงนั้นเป็นช่วงที่แสวงหาสิ่งที่อยากรู้หลายๆ อย่าง ล่าสุดมาจบที่ หัวหน้าข่าวบันเทิงของหนังสือพิมพ์สยามรัฐ  เป็นกรรมการของสมาคมผู้สื่อข่าวบันเทิงแห่งประเทศไทย และในช่วงที่ทำก็ได้คลุกคลีกับการประกวดมาตลอด หลังสุดก็คือจัดงาน ประกวดหนุ่มสาวดาวเมขลา2013  ก่อนจะมาเจอทีมงานกลุ่มนี้

จุดเริ่มต้นของการเขียนหนังสือ

บ๊อบ : ตัวเราเองเป็นนักข่าว ได้รู้จักพี่ปิ่น พี่ปุ๋ย และพี่หนุ่มก่อน ทั้งสามท่านถือว่าเป็นแหล่งข่าวของเรา แล้วมีความสนใจในการประกวดด้วย  มีอะไรจะคุยกัน คุยไปก็สนุก เพราะแต่ละคนก็มีมุขเด็ดๆ อย่างเช่นพี่หนุ่ม “สวยไม่สวยไม่รู้ แต่ถ้าฉันตบมือ 3 ครั้ง เธอปีนขึ้นต้นมะพร้าวไปเก็บลูกมะพร้าวได้เลย” นั่นแปลว่า เธอหน้าเหมือนลิง (หัวเราะ) ซึ่งเสียดายมุขที่เขาเล่ากัน  จึงอยากนำมาบอกเล่าให้คนอื่นได้ฟังบ้าง  เลยคิดอยากทำเป็นหนังสือออกมา

หนุ่ม : หลังจากที่เจอกันบ่อยๆ และประสบเหตุการณ์ต่างทั้งด้านบวกและด้านลบ มาด้วยกันหลายๆ ครั้งเข้า เลยอยากนำเอาประสบการณ์ของแต่ละคนที่มีอยู่ มารวมเป็นหนังสือเล่มนี้ โดยต้องการที่จะให้หนังสือเล่มนี้เป็นประสบการณ์ที่หาซื้อไม่ได้ เรียนที่ไหนก็ไม่มีสอน ทั้ง 5 ท่าน มีประสบการณ์ที่ดีขนาดนี้ ทำไมไม่รวมตัวกันและแนะนำในทุกๆ ด้านของการประกวดไปเลย เหมือนเป็นคู่มือ ในการเตรียมตัวสำหรับผู้ที่ต้องการจะเข้าสู้เส้นทางของการประกวด  ไม่ว่าจะประกวดร้องเพลง ประกวดทาเล้นท์ต่างๆ หรือแข่งขันอะไรต่างๆ แต่เราไม่ได้บอกว่า การอ่านเล่มนี้แล้วทุกคนจะต้องได้ที่ 1 เสมอไป เพียงแต่ว่าทุกๆ คนที่เขียน เหมือนกับเป็นคณาจารย์ที่เตรียมพร้อมให้ คนที่จะเข้ามาศึกษาหาความรู้ เพื่อจะนำไปใช้สอบ แต่ในชั้นเรียนคงมีทั้งสอบได้และสอบตก แต่ว่าเราจะเตรียมความพร้อมให้เท่านั้นเอง

ปุ๋ย : หนังสือ “วินทุกเว(ที) ways to win คัมภีร์พิชิตมงกุฎ กลยุทธ์สู่ดวงดาว” ไม่ได้พูดถึงเวทีนางงามอย่างเดียว แต่รวมถึงการประกวดทุกประเภท ไม่ว่าจะเป็นการประกวด ร้องเพลง นายแบบ นางแบบ และประกวดเต้น เราเอาประสบการณ์จริงที่เราได้พบเจอมาถ่ายทอดบอกกล่าว เพื่อให้ผู้ที่จะเข้าประกวดได้เตรียมตัว เมื่อเจอกับเหตุการณ์จริง ว่าจะแก้ไขได้อย่างไร รวมถึงการเตรียมเข้าสู่วงการ วางตัว และการเซ็นสัญญา ซึ่งมีความสำคัญมาก

ครูปิ่น :เล่มนี้ จะไม่ใช่แค่ How to ที่เป็นลักษณะทางวิชาการมาก จะมีทั้งตัวอย่างจริง   บวกประสบการณ์ที่แตกต่างไปในแต่ละเวที    เช่นหลายท่านสงสัยว่านักร้องคนนี้ร้องดีกว่า  แต่ทำไมกลับแพ้อีกคนหนึ่ง ในหนังสือจะเป็นการตอบโจทย์ ของข้อสงสัยเหล่านี้     เพราะมีเบื้องหลังอีกหลายอย่างเช่น มนุษย์สัมพันธ์ ความมีวินัย ความตรงต่อเวลา ความเอื้อเฟื้อเผื่อแผ่  ความสามัคคีฯลฯ    การประกวดจะว่าเป็นการชิงดีชิงเด่นก็ได้  แต่สุดท้ายเราก็ต้องอยู่ในสังคมเดียวกัน ต้องทำงานกันต่ออีกเป็นปี     จึงไม่ใช่แค่เรียนรู้ว่าประกวดอย่างไรให้ชนะ   แต่เรียนรู้รวมไปถึงการปฏิบัติตัวเมื่อเป็นผู้แพ้  หรือแม้แต่เมื่อชนะ ก็ยังต้องเรียนรู้ที่จะใช้ชีวิตในวงการบันเทิงติอไปอย่างไรให้อยู่รอดปลอดภัย    ผู้ปกครอง หรือคนทั่วไปที่สนใจอยากรู้เบื้องหลังก็สามารถที่จะหยิบขึ้นมาอ่านได้

หนึ่ง : องค์ประกอบทั้ง 5 คน มันครบเลย เป็นองค์รวมที่เวทีประกวดหนึ่งต้องการ  เราก็เลยเอาตรงนี้มาเป็นจุดแข็งหรือจุดขาย มีการแบ่งพาร์ทเขียน คุณปุ๋ย เขียนเรื่องการแต่งหน้า แต่งผู้ชาย ผู้หญิง เด็ก แต่งยังไงให้ชนะ   คุณหนุ่ม จะชอบเรื่องการประกวดนางงามมากกว่า รู้ทั้งประวัติความเป็นมาทั้งอดีต ปัจจุบัน อนาคต ครูปิ่น ก็จะเขียนเรื่องเกี่ยวกับประกวดนักร้อง ของผมก็เขียนเกี่ยวกับเรื่องการประกวดของผู้ชาย  คุณบ๊อบก็จะถนัดเรื่องการตอบคำถาม การวางตัวต่างๆ นานา เพราะฉะนั้นมันก็เลยครบซึ่งแต่ละคนก็นำเสนอในแนวของตัวเอง

จุดประกายสร้างสรรค์งานเขียน

หนึ่ง : ในมุมของผมรู้สึกว่า ตรงนี้ไม่มีใครเคยเขียน หนังสือที่ออกมา ส่วนมากที่เกี่ยวกับนางงาม ก็นางงามล้วนๆ เกี่ยวกับประกวดร้องเพลง ก็ประกวดร้องเพลงล้วนๆ แต่ที่ประกวดเบ็ดเสร็จแบบนี้มันไม่มี ประเทศเราจัดการประกวดบ่อยครั้ง แต่ว่ามันขาดตำราที่เป็นเล่มเดียวจบ แล้วในหนังสือมันจะแบ่งเป็น 2 พาร์ท ส่วนที่ 1 ก็คือ How to เคล็ดลับจะประกวดอย่างไรให้ชนะ  ส่วนอีกพาร์มหนึ่งเพื่อไม่ให้เป็นทางการเกินไป มันมีเรื่องที่สนุกๆ ของเบื้องหลังที่คนอื่นจะไม่มีใครรู้เลย แต่พวกเราเป็นกรรมการก็จะรู้ดี ก็จะเอามาเปิดเผย มาเล่าสู่กันฟัง

ครูปิ่น :ด้วยอายุการทำงานที่นานที่สุดในกลุ่มก็ว่าได้  ตอนนี้ก็ไม่ได้คิดถึงประโยชน์ส่วนตัวหรือชื่อเสียงแล้วละ   อย่างน้อยที่สุดก็ถือว่าได้ทำในสิ่งที่จะเป็นประโยชน์ต่อผู้อื่นจาก ประสบการณ์ที่ตัวเองสั่งสมมาตลอดชีวิตตั้งแต่ครั้งเป็นครูสอนดนตรีสมัยอยู่ปี 1   คาดว่าคงมีเกร็ดความรู้ที่จะทำให้ผู้อ่านเก็บเกี่ยวไปใช้ได้บ้างไม่มากก็น้อย      สำหรับน้องๆ   ผู้ปกครอง หรือท่านที่สนใจ    แค่หยิบหนังสือเล่มนี้ขึ้นมา     ประสบการณ์ของทั้ง 5 ท่าน รวมกันก็ 200 ปี (หัวเราะ) คงต้องมีอะไรที่จะเก็บไปใช้ได้บ้างละครับ

ปุ๋ย : จริง ๆ ไม่เคยมีอยู่ในหัวเลย ไม่ได้เป็นนักเขียน มีสำนักพิมพ์ต่าง ๆ ติดต่อมาตลอด เรามองว่าหนังสือเกี่ยวกับการแต่งหน้าใครๆ เขาทำกัน แต่พอดีประจวบเหมาะว่า เราทำงานร่วมกัน แล้วอยากถ่ายทอดประสบการณ์ที่เราได้เจอ เพื่อเป็นประโยชน์กับคนที่สนใจประกวด จึงมีโปรเจคท์นี้ขึ้นมา นอกจากนี้เราตั้งใจทำบุญด้วย โดยรายได้จากการจำหน่ายหนังสือในวันงานนำมอบสมบทุนให้กับมูลนิธิอาสาเพื่อนพึ่ง(ภาฯ)ยามยาก สภากาชาดไทย และในวันแถลงเราได้รวบรวมผู้ที่ได้ตำแหน่งชนะเลิศจากการประกวดบนเวทีต่าง ๆ มารวมตัวกันในงานมากที่สุด เพื่อบันทึกความเป็นที่สุดลงใน พิพิธภัณฑ์ริบลีส์ พัทยา ประเทศไทย (Ripley’s Believe It or Not ! Pattaya,Thailand) ซึ่งทางผู้แทนโดย คุณสมพร นาคซื่อตรง จะเดินทางมาบันทึกและมอบประกาศนียบัตรให้ในวันงานเปิดตัวหนังสือ จึงนับว่าเป็นงานเปิดตัวหนังสือที่อลังการงานสร้างมาก

บ๊อบ:แม้ว่าจะมีกระแสที่ว่าคนไทยอ่านหนังสือ ปีละ 4-6 บรรทัด และการที่กรุงเทพได้รับเลือกให้เป็นเมืองหนังสือโลก เราอยากส่งเสริมตรงนี้ คนที่เขาสนใจเวทีประกวด เขาต้องอ่าน ยกตัวอย่างเช่น เดอะสตาร์ ผู้สมัครจากพันขึ้นมาเป็นหมื่น ในซีซั่นล่าสุดรู้สึกกว่า 20,000 คน เชื่อว่าเด็กที่แข่งน้อยเป็นส่วนน้อยที่จะได้รับการเทรน เพราะว่าการเทรนในแต่ละครั้ง หมายถึงค่าใช้จ่าย ซี่งไม่ได้เรียนร้องเพลงอย่างเดียวนะ ต้องมีองค์ประกอบอย่างอื่นด้วย เช่น เรียนเต้น เรียนการแสดง เรียนการพูดอยากให้โอกาสเด็กทุกๆ คน โดยไม่ต้องไปเสียเวลาเรียน 7-8 เดือน เราย่อมาให้แล้ว กลั่นออกมาจากประสบการณ์ กรองออกมาจากใจของเรา ที่สั่งสมกันคนละเป็นสิบ ๆ ปี

หนุ่ม : สมมุติว่ามีประกวด 40 คน จะมีคนเดียวที่ได้ที่หนึ่งคนเดียว รองอันดับ 1 จะเกลียดที่หนึ่ง เพราะว่าถ้าไม่มีคนนี้เขาจะเป็นที่หนึ่ง จะมีความรู้สึกแบบนี้ เราจะบอกเขาว่า ที่เหลือทำยังไงต่อไป หกล้มบนเวที จะปัดฝุ่นยังไง และเดินต่อไปให้สวยงาม พอน้ำตาแห้งแล้วจะทำยังไงต่อ อันนี้พี่ปุ๋ยจะมีข้อแนะนำดีๆ เราจะมีหมอนนุ่มๆ รองรับคุณด้วยและการที่เห็นความสำเร็จของแต่ละคนจะเป็นไฟที่คอยผลักดันให้เรามีพลังเพื่อใช้ดำเนินชีวิตต่อไปในสังคมได้อีกนะ

ทำไมต้องอ่านหนังสือเล่มนี้

ปุ๋ย : ขอเป็นตัวแทนพูดสั้น ๆ ว่า หนังสือของเราอาจจะไม่ได้เป็นหนังสือที่ดีที่สุด แต่เป็นหนังสือที่ค่อนข้างตอบสนองความต้องการของผู้ที่จะเข้าประกวดและผู้ที่เกี่ยวข้องได้มากที่สุด ตอบโจทย์ได้ เปรียบเสมือนไฟฉายที่จะช่วยส่องนำทางให้คุณไปสู่จุดหมายได้เร็วขึ้น โดยไม่สะดุดหกล้มระหว่างทาง ขอฝากคำแนะนำเพื่อพิชิตชัยชนะในการประกวด สิ่งที่ต้องมีคือ “แต่งหน้าสวย รวยความสามารถ ฉลาดกว่าใคร น้ำใจนักกีฬา”

Pros