bifwss097Fashion Show : Singha presents FASH by Srinakharinwirot U.
Brand : FASH, SWU
Venue : Tent @ Siam Paragon
Date / Time : 22 March 2009 ,17.30

Back to BIFW’09 S/S Show Table

FASH by Srinakharinwirot U. : Bangkok International Fashion Week 2009 S/S

Designer : 16 Fourth year students in the Fashion Design major. Faculty of Art, Srinajarinwirot University

The Fashion Show: Fashion Design Thesis: Singha presents FASH By SRINAKHARINWIROT UNIVERSITY

Represent the design in the concept of ‘FASH’s LAB’ which is the fashion product by scientific method starting from the hypothesis, project, research, technique, prototype and show. All of these are inspired by the theories of arts, and other scientific reasons which that is newly interpreted by the design process to become these pieces.

FASH By SRINAKHARINWIROT UNIVERSITY is started from the young designers of the students from the Faculty of Art, Srinakharinwirot University. The ‘Siam Paragon Bangkok International Fashion Week is the first stage that each of the piece is shown to the public. This is the 5th year that the event is being held, and the event always welcomes the young designers of all time. The Fashion show is being sponsored from Singha Corporation which has strong intention to promote the talent of young designers in the designing fields.

ดีไซเนอร์ นิสิตชั้นปีที่ 4 วิชาเอกการออกแบบแฟชั่น สาขาวิชาการออกแบบทัศนศิลป์ คณะศิลปกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ จำนวน 16 คน

ผลงานแฟชั่นโชว์ Fashion Design Thesis: Singha presents FASH By SRINAKHARINWIROT UNIVERSITY นำเสนอเสื้อผ้าในคอนเซ็ปต์ “FASH’s LAB” (แฟช แล็บส์) ซึ่งเป็นการสร้างสรรค์ ผลงานแฟชั่น ผ่านกระบวนการทางวิทยาศาสตร์ เริ่มต้นด้วยการตั้งสมมติฐาน (Project), ค้นคว้าหาข้อมูล (Research), ทดสอบ ปฏิบัติจริง (Technique, Prototype) และสรุปผล (Show) โดยได้รับแรงบันดาลใจ มาจากการพบกันของทฤษฎีทางศิลปะ และหลักการทางวิทยาศาสตร์ ที่นำมาตีความใหม่ โดยผ่านกระบวนการออกแบบและแสดงออกเป็นผลงานในคอลเลคชั่นนี้

FASH By SRINAKHARINWIROT UNIVERSITY เกิดจากฝีมือการออกแบบของยังก์ดีไซเนอร์ จากคณะศิลปกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ ซึ่งงาน “สยามพารากอน บางกอก อินเตอร์เนชั่นแนล แฟชั่นวีค” นับเป็นเวทีแรกที่นักออกแบบคลื่นลูกใหม่เหล่านี้ได้นำผลงาน ที่เกิดจาก ความคิดสร้างสรรค์มานำเสนอในแฟชั่นโชว์อย่างเต็มรูปแบบ และโดยในปี 2009 นี้ นับเป็น ครั้งที่ 5 ที่เวทีแห่งนี้ได้มีโอกาสต้อนรับเหล่านักออกแบบรุ่นใหม่ ที่ได้มาร่วมนำเสนอผลงานดีไซน์ อันเป็นเอกลักษณ์เฉพาะตน นอกจากนี้แฟชั่นโชว์ในครั้งนี้ ยังได้รับการสนับสนุนอย่างต่อเนื่องจาก สิงห์ คอร์เปอร์เรชั่น ที่มีเจตนารมย์ที่จะร่วมพัฒนาความคิดความสามารถ ด้านการออกแบบให้กับ ดีไซเนอร์รุ่นเยาว์อีกด้วย

« 1 of 2 »

RE-INNOVATION
Arttasit junniwas

Inspiration ,มาจากผลงานของศิลปิน Aiko nakagawa เป็นงาน pop Art. ผสม postmodern.
การสร้างผลงานใช้เทคนิค คอลลาจน์ โดยการนำรูปภาพศิลปะ pop art ฉีกออกและนำมาประกอบใหม่ โดยใช้เทคนิคการพ่นสีแบบกราฟฟิตี้และ paper blog ทับลงบนผลงานอีกครั้ง ผู้ออกแบบเลือก ใช้เทคนิคการพิมพ์ลายบนผืนผ้าและการปักเลื่อมทับลงบนลายผ้า ซึ่งการออกแบบลายผ้านั้น ยืดเอาเทคนิคการสร้างงานศิลปะของ aiko nakagawa เป็นหลักโดยกล่าว คือการทำงานศิลปะ ลอกเลียนแบบ ขึ้นมาใหม่เพื่อให้ได้งานศิลปะตามแบบฉบับของaiko nakagawa แต่ยังใส่ความเป็น ตัวเองของผู้ออกแบบเข้าไปด้วย

Creation out of nothing
Chadaporn Sukpiti

ได้แรงบันดาลใจมาจากศิลปะการพับกระดาษ หรือที่เรียกกันว่า Origami เป็นการผสมผสาน วิธีการพับ กระดาษของทางฝั่งตะวันออก และฝั่งตะวันตก ความแตกต่างกันระหว่างแบบตะวันตกกับตะวันออกก็คือ ทางฝั่งตะวันตกจะสื่อว่า Origami เป็นรูปแบบการพับกระดาษแบบเรียบง่าย และต้องมาจากกระดาษ สี่เหลี่ยมขาวๆ 1 แผ่น ส่วนทางฝั่งตะวันออก Origami เป็นรูปแบบการพับกระดาษที่สวยงาม หลากหลาย ยิ่งโดดเด่น ยิ่งสวย ซึ่งการพับกระดาษสำคัญที่กระดาษจะต้องเป็นสี่เหลี่ยมจตุรัส เพราะเป็นพื้นฐาน แรกของการเริ่มต้นพับ และใส่ความคิดสร้างสรรค์ของตนลงไปจนเป็นผลงานที่ สมบูรณ์ ถึงแม้การพับ กระดาษจะดูเป็นของง่ายๆแต่ความหมายที่ซ่อนอยู่ในกระดาษ ที่พับกลับยิ่งใหญ่จนยากจะบรรยาย

Achimar Nirunpornputta
Deliberate oxymorons

แรงบันดาลใจมาจาก ภาพจำลองของตึกที่กำลังจะก่อสร้างที่ประเทศสิงคโปร์ ตึกนั้นปกคลุมไปด้วย ต้นไม้ เหมือนกับมีป่าอยู่ในตึก ทำให้เกิดความคิดที่ว่า คนเราต้องการจะให้สิ่งของ2สิ่งอยู่ได้กันให้ได้ เพราะทุกวันนี้ หากที่ใดมีความเจริญแล้ว ที่นั่นธรรมชาติมักถูกทำลาย แต่ทัศนคติของตึกนี้ ได้ทะลาย ความคิดนั้นลง เหมือนกับคำศัพท์ว่า oxymoronic ซึ่งแปลความหมายลงตัวว่า การที่นำสิ่งของ 2สิ่ง ที่แตกต่างกันมาอยู่ด้วยกัน จึงเกิดแนวคิดในการทำโครงการพัฒนาเศษผ้าเหลือใช้ นำมาทอใหม่ร่วมกับ ผ้าไหม เหมือนกับความเก่าและความใหม่มาอยู่ร่วมกัน โดยโครงสร้างของชุด ได้จาก ดอกไม้ และ กรงเหล็ก ที่เปรียบเสมือนกับ ธรรมชาติอันอ่อนโยน และ สิ่งที่มนุษย์สร้างขึ้นอันแข็งแกร่งอย่างอาคาร ตึกต่างๆ

Sound of silence
Paramat Chaiyongyos

ได้แนวความคิดมาจากการเปลี่ยนนามธรรมให้กลายเป็นรูป (เสื้อผ้า) โดยได้แรงบันดาลใจมาจาก คำสอนของ ศาสนาพุทธนิกายเซนควบคู่ กับคอนเซปของมินิมอลอาร์ต ความว่างทำให้เกิดรูปทรง สร้างความลวงตาโดยใช้บริเวณว่าง แต่ดูเหมือนมี ความเรียบง่ายของรูปทรง ขจัดสิ่งที่ไม่จำเป็นออกไป รวมไปถึงความหยาบ และไม่สละสลวยจากสิ่งที่เป็นธรรมชาติของมัน

VOYEUR
Namanya Kongngern

ได้รับแรงบันดาลมาจาก ผลงานรวบรวมภาพถ่ายที่มีชื่อว่า Tulsa ของศิลปิน Conceptual Art ชื่อดัง Larry Clark เป็นผลงานภาพถ่ายชีวิตจริงของเขา ในช่วงชีวิตวัยรุ่น ในยุค 70’s-80’s รวบรวมภาพ ถ่ายชีวิตวัยรุ่นในเมือง Tulsa เป็นเรื่องเกี่ยวกับ sex ยาเสพย์ติด การฆ่าตัวตาย ปัญหาชีวิตวัยรุ่น ปัญหาครอบครัว ความผูกพันในครอบครัวและถูกนำมาสร้างเป็นภาพยนตร์เรื่อง Child ในปี 90’s โดย Larry clark เป็นผู้กำกับเอง สื่อผ่านเสื้อผ้าโดยโครงสร้างที่เปลือยเปล่าของมนุษย์ แทนตัวตนที่แท้จริง ของทุกคนด้วยลายพิมพ์
รูป Nude บนผ้า spandex คลุมด้วยผ้าโปร่ง screen ข้อความจากภาพยนตร์เรื่อง child เปรียบเสมือน ปัญหาต่างๆ ที่ครอบคลุมตัวเราอยู่ เพราะนอกจากเป็นผลงานการออกแบบ เครื่องแต่งกายแล้ว
ยังอยากให้เป็นผลงานศิลปะที่สะท้อนปัญหา และเสนอแง่คิดให้กับสังคมอีกด้วย
โครงการ ศิลปะ Conceptual Art สู่เสื้อผ้า เป็นโครงการที่จัดทำขึ้นเพื่อปิดช่องว่าง ของศิลปะการ แต่งกาย กับศิลปะแท้เข้าด้วยกัน โดยการนำศิลปะ Conceptual Art ที่ผู้คนมองว่าเป็นศิลปะที่เข้าใจยาก และเข้าถึงได้ยาก มาประยุกต์ให้มาอยู่บนศิลปะการแต่งกาย ที่สามารถเข้าถึงได้ง่ายกว่า ทำให้ผู้คนเข้า และเปิดรับ ในศิลปะ Conceptual Art มากขึ้นในทางกลับกันก็ทำให้ผู้คนเข้าใจว่าแฟชั่น ก็เป็นงาน ศิลปะเช่นเดียวกัน

Invisible Contour
Wanida Kongchai

เป็นปรากฏการณ์ทางฟิสิกส์ที่น่าทึ่งที่สุดที่เกิดขึ้นในอวกาศที่ใกล้พื้นโลก ระเบิดออกมาเป็นสีต่าง ๆ พุ่งกระจายภายในเวลาไม่กี่วินาที โดยเกิดจากสนามแม่เหล็กที่มีรอบโลก ความงามนี้ “เป็นสิ่งที่เรา มองเห็น ซึ่งเกิดจากสิ่งที่เรามองไม่เห็น”

The Lost Concubine
Noppanan Pitsawong

แนวคิดมาจากการดึงเอาความทันสมัย บวกกับความอนุรักษ์นิยมของเจ้าคุณพระประยูรวงศ์ หรือ เจ้าจอมมารดาแพ บุนนาคในรัชสมัยของรัชกาลที่5 โดยได้นำแนวคิดของท่าน ผ่านจินตนาการของตน โดยถ่ายทอดออกมาสู่ชุดในยุคปัจจุบัน อย่างเช่น การนำวิธีการห่มสไบของอดีตผสมเข้ากับ เสื้อผ้าของ ปัจจุบันโดยมีโครงการพัฒนา วัสดุโลหะที่ถูกมองว่าล้าสมัยเข้ากับ รูปแบบของเสื้อผ้าสตรีไทยโบราณ ที่ถูกปรับและตัดทอนให้มีรูปแบบที่แปลกตายิ่งขึ้น

The disease of Muhajababe maniac
Kulthara Cholachatpinyo

ได้แรงบันดานใจมาจากการแต่งกายของผู้หญิงมุสลิม ที่ต้องแต่งกายปกปิดคลุมร่างกาย เหลือไว้แต่เพียงดวงตา และมือ และได้มองเห็นว่าเพศหญิงจะถูกกดขี่ทางเพศ ผู้คนบางกลุ่มมองว่า Abaya < ผ้าคลุมศีรษะยาวสีดำสำหรับหญิงชาวมุสลิม > แสดงถึงการกดขี่ แต่บางคนสวมมันด้วยความสมัครใจ จึงได้นำสไตล์ Fetish ที่ตรงกันข้ามเข้ามาผสมผสาน จึงได้ออกมาเป็นคอลเล็คชั่นนี้ ที่มีการเปิดเผยร่างกายและตกแต่งด้วยวัสดุต่างๆ เช่น หนัง ตะปู เชือก แถบสายรัด หมุด มาแต่งกายที่แสดงออกถึงเพศ ความรุ่นแรงได้อย่างเปิดเผย

The Cowboy Way
Siwadol Tima

เป็นโครงการพัฒนาผ้าม่อฮ่อม ที่ตีความจากภาพยนตร์Comedy เรื่อง The Cowboy Way มีคาวบอยเด็กหนุ่มสองคนออกตามหาเพื่อนสนิท ที่ถูกลักพาตัวมาNYC โดยพวกเขาต้องใช้ทักษะ คาวบอยเอาตัวรอดในเมืองใหญ่ ยังคงแต่งตัวเป็นคาวบอย ขี่ม้าในเมือง แต่พยายามทำตัวเป็นNew Yorker เพื่อให้คนในเมืองยอมรับ จากภาพยนตร์คาวบอยหนุ่มทั้งสอง ได้ผสมสนานเสน่ห์ความเป็น คาวบอย กับนิวยอร์คได้ลงตัวทั้ง การแต่งตัว และการใช้ชีวิต จึงเกิดแรงบันดาลใจเป็น menswear collection นี้ออกมา

Force of instinct
Rathanun Akaratiensin

ได้แรงบันดาลใจมาจากภาพยนตร์เรื่อง Hanuman vs 11 Ultramans โดยนำหนุมานมาตีความ ในมุมมองของความเป็น superhero ของไทย ผ่านการออกแบบลวดลายผ้า ที่อิงมาจากภาพจิตกรรม ฝาฝนังเรื่องรามเกียรติ์ นำมาประยุกต์และพัฒนาลวดลาย โดยการนำโครงสร้างของลายไทย มาออกแบบใหม่ เพื่อความเหมาะสมต่อการออกแบบเครื่องแต่งกายในยุคสมัยปัจจุบัน

UNDER SKIN TO OVER SKIN
Ratthasart kueanoon

นำแรงบันดาลใจมาจากกล้ามเนื้อลาย (skeletal muscle ) ซึ่งเป็นกล้ามเนื้อที่อยู่ใต้ผิวหนัง มีลักษณะเป็นเส้นวางเรียงกันเป็นส่วนๆวางเป็นหมัดกล้ามเนื้อของร่างกาย มนุษย์ มาใช้ในการออกแบบ เป็นแพทเทิร์น และดีเทล ของเสื้อผ้าใน collection ออกมาในรูปแบบของ street wear ที่ผสมผสาน เอกลักษณ์ของยุค 80’s (punk, big shoulder ,volume 80’s เป็นต้น )
โดยนำผ้า knits มาพัฒนาใช้ออกแบบร่วมกับผ้าชนิดอื่นๆเพื่อให้เกิดมิติของผ้า และเพิ่มความน่าสนใจ มากขึ้น

“SUR-REAL”
Palida Charoenwongyai

เริ่มจากการเล็งเห็นถึงดีไซน์ของชุดผ้าฝ้ายไทยในปัจจุบัน ที่ค่อนข้างจะเป็นรูปแบบที่ล้าสมัย ผู้บริโภคจึงติดตาว่าผ้าฝ้ายคือผ้าที่ใช้สำหรับตัดชุดของผู้ใหญ่ จึงเกิดการริเริ่มนำผ้าฝ้ายไทย ทั้งทอมือ และเครื่องจักร มาผสมผสานกับผ้าตามท้องตลาดทั่วไป และใช้ inspiration จากแนวคิดของลัทธิ Surrealism ลัทธิเกินจริงหรือเหนือจินตนาการ ซึ่งมีแนวคิดนอกกรอบ และไม่อิงตามธรรมชาติ ของสิ่งของนั้นๆ เช่น ของแข็งเป็นของเหลว มาใช้เป็นการออกแบบงานในวิธีการ Re-construction หรือการปรับเปลี่ยนโครงสร้างใหม่ โดยวิธีการตัด ต่อ เพิ่ม เอาออก หรือ ย้าย detail จากเสื้อเชิ้ตเดิมๆ ให้เกิดความแตกต่างและผิดแปลกไป และใช้โทนสีจากภาพ”Melting clock” ของศิลปินในลัทธินี้ คือ Salvador Dali

The Circular Effect
Ploymanee Supawetvehon

Inspiration มาจากผลงานของศิลปิน Geoffrey Todd smith โดยได้ดึงเอาความเป็น pop culture ออกมาเป็นลวดลายผ้า และรูปทรงของชุด โดยมีการประยุกต์งานปักของชาวไทยภูเขา เข้าไปในชิ้นงาน ด้วยการปักทับบนลายผ้าของ Todd smith ที่นำมาวาง repeat และตัดต่อใหม่ และผสมเข้ากับวัตถุดิบที่สามารถหาได้ในท้องตลาด เพื่อให้เกิดความแวววาว และความน่าสนใจ ยิ่งมากขึ้น

Inspired by KEITH SONNIER
Sudkavee Duangbunmee

แฟชั่นนิพนธ์ครั้งนี้อยู่ภายใต้โครงการออกแบบ และพัฒนาผ้าขาวม้าที่มีอยู่ในท้องตลาด มาออกแแบบเพื่อสวมใส่ในรูปบบแฟชั่น จึงนำโครงการมาเชื่อมโยงกับ คอนเซ็ปที่มาจากผลงาน sculpture ของศิลปินในยุค post-minimalism ที่มีชื่อว่า keith sonnier เป็นศิลปินในยุค60 ที่ประสบความสำเร็จในการใช้หลอดไฟเพื่อสร้างสรรค์ผลงาน

Mitosis :
สุรัตนา จันทร์อานุภาพ

โปรเจค ของคอเลคชั่นนี้คือ การออกแบบเสื้อผ้าที่มีขนาดเดียวกัน แต่สามารถตอบสนอง ผู้สวมใส่ที่มีขนาดต่างกันได้ โดยการปรับเพิ่มลดขนาดตามสรีระ ผู้สวมใส่ที่ไม่มีความแน่นอน โดยใช้เครื่อง เกาะเกี่ยว และการพิมพ์ลวดลายเพื่อพรางตา ซึ่งลวดลายดั่งกล่าว ได้รับแรงบัลดารใจ มาจากกระบวนการแบ่งตัวของเซลล์เพื่อ การเจริญเติบโตของสิ่งมีชีวิต และยังมีการการช้เทคนิค สกรีนนูนทับบนผ้าชีฟองพิมพ์ลายเพื่อให้เกิดพื้นผิว ที่น่าสนใจ

Suprematism – Black Square
Pakris Warakitthamrongchai

Pros