Hong Kong Fashion Week Fall/Winter 2019 จัดขึ้นระหว่างวันที่ 14-17 มกราคม 2019 ณ Hong Kong Convention and Exhibition Center, สถานี MTR Wan Chai ซึ่งมีความใหญ่โตรองรับการจัดงานระดับประเทศ และระดับภูมิภาคได้อย่างสบาย

สำหรับในปีนี้ ThaiCatwalk ได้รับเชิญจาก HKTDC เป็นครั้งที่ 3 รวมถึงนักข่าวจาก มาเลเซีย, อินโดนีเซีย, จีน, อินเดีย และอเมริกา เพื่อไปชมงาน แต่ต้องบอกก่อนว่า งานนี้เป็นงานที่เน้น Sourcing หรือว่าหาผู้ผลิต ไม่ใช่แนว Fashionista หรือ Fashion Designers แม้ว่าจะชื่อแฟชั่นวีค เป็นงานที่เรียกว่า Trade Fair เปิดบูทเจรจรธุรกิจ ลูกค้า หรือ Buyers จากทั่วโลก จะมาค้นหาแหล่งผู้ผลิตตามแบบที่ต้องการ หรือมองหาวัตถุดิบใหม่ๆ ในไปประยุกต์เข้ากับดีไซน์หรือรูปแบบของแบรนด์นั้นๆ

ด้วยลักษณะของการค้าในยุด Online ทำให้ Buyers ไม่เดินทาง หรือค้นหาทางเน็ตได้รวดเร็วและง่ายขึ้น ฉะนั้นผู้ที่เดินทาง จึงเป็นผู้ซื้อตัวจริงเสียงจริง ที่ต้องการมาชมงาน  ขนาดของงานก็จะเล็กลง เป็นเหมือนกันทั่วโลก รวมทั้งในประเทศไทย แต่ข้อมูลข่าวสารนั้นสำคัญมาก ทั้งก่อนหน้าและหลังจบงาน การรวบรวมแลกเปลี่ยนข้อมูลการติดต่อซื้อขาย มีความสำคัญในการวัดผลของงานนั้น ผู้จัดงานยุคใหม่จึงได้นำเทคโนโลยีมาใช้ให้เกิดประโยชน์สูงสุด

ความเข้มข้นของงานนั้น ยังคงแน่นไปด้วยเนื้อหาสาระ ไม่ว่าจะเป็น Exhibition ออกบูทของแต่ละประเภทสินค้า, การสัมนาในหัวข้อต่างๆ, การเดินแบบแฟชั่นโชว์ และการง่ายต่อการเข้าถึงข้อมูลธุรกิจของทั้ง Buyers และ Exhibitors หรือ Sellers ด้วยการผลักดันให้ใช้ e-badge ในการลงทะเบียน และทั้งสองฝ่ายสามารถเชื่อมโยงข้อมูลได้รวดเร็วขึ้น แต่ยังคงใช้ Business Card หรือนามบัตรเช่นเดิม  ซึ่งเรื่องเหล่านี้ใช้มานานแล้วในหลายประเทศ และน่านำมาใช้ในไทย เคยเห็นในหลายงานแล้วแต่ยังไม่แพร่หลาย หรืออาจติดปัญหาเรื่องงบประมาณก็เป็นได้

มีหัวข้อสัมมนาที่น่าสนใจคือ ความชื้น และเชื้อโรค บนผ้า ที่หลายกลุ่มลูกค้า น่าจะมองเห็นประโยขน์เหล่านี้ในอนาคตอันใกล้นี้ และพัฒนามาเป็นจุดขาย ที่สามารถปรับตัวเข้าทุกสภาวะอากาศ และอนามัย ซึ่งมีทั้งการบรรยายเป็นภาษาอังกฤษ และภาษาจีนฮ่องกง

บูทประกอบด้วย ฮ่องกง และจีนแผ่นดินใหญ่เป็นหลัก  สำหรับต่างชาติ คือ Bangladesh, France, India, Indonesia, Japan, Korea, Taiwan, Thailand, และ Vietnam โดยทางงาน ได้บอกว่า ประสบความสำเร็จในการเจรจาการค้าในระดับสูง

สามารถติดตามข้อมูลข่าวสาร และรายละเอียดได้ทางเว็ปลิงค์นี้ครับ HKTDC

« 1 of 2 »

 

Pros