ในปัจจุบัน​ ธุรกิจเกี่ยวกับการออกกำลังกายในประเทศไทยนั้น​ เติบโตและพัฒนาอย่างรวดเร็ว​ จะสังเกตได้ว่า มี​ Gymใหม่ๆหลายแห่งเกิดขึ้น​ เพื่อตอบสนองความต้องการ​ ของลูกค้า​ ที่สนใจในการออกกำลังกายและดูแลสุขภาพของตนเอง​ นับเป็นเรื่องที่ดี ถึงแม้ การเติบโตของ​ Gym​ นั้นจะเพิ่มมากขึ้นรวดเร็ว แต่ก็มีสิ่งที่น่าเป็นห่วงคือ​ บุคคลากรผู้ให้ความรู้อย่างถูกต้องในการออกกำลังกาย​ หรือ​ ที่เรียกว่า ” เทรนเนอร์​” มีน้อยมาก​ หากเทียบกับการเติบโตของGym ในปัจจุบัน​ กฏหมายในประเทศไทยนั้นยังไม่มีการระบุชัดเจนว่าการเป็น “เทรนเนอร์” นั้นจะต้องมีใบประกอบวิชาชีพ”เทรนเนอร์” ที่ชัดเจน​ เหมือนอาชีพหมอ​ อาชีพครูเป็นต้น​

การเลือกเทรนเนอร์ของ​ ผู้ที่สนใจในการออกกำลังกายนั้น​ จึงเปรียบเสมือน​การเสี่ยงโชค​ หากได้เทรนเนอร์ที่มีความรู้ความสามารถถูกต้องชัดเจน​ นับว่าเป็นสิ่งที่ดีแก่ลูกค้า แต่​!!!! หาก​ ได้”เทรนเนอร์” หรือบุคคลที่บอกว่าตัวเองว่าเป็น”เทรนเนอร์” แต่ขาดความรู้สามารถความเข้าใจเกี่ยวกับระบบต่างๆในการออกกำลังกาย​ อาจส่งผลเสียแก่ลูกค้าเช่น​ มีอาการบาดเจ็บ​ในส่วนต่างๆของร่างกาย ลักษณะทางกายภาพผิดเพี้ยน​ หรือ​ อาจถึงตาย!!! ก็มี

การเลือกเทรนเนอร์นั้น​ มีความสำคัญมาก​ ไม่ต่างอะไรจากการไปหาหมอ​ แต่ที่ต่างกันคือหมอมีใบประกอบวิชาชีพที่ชัดเจน​การไปหาหมอจึงไม่น่าเป็นห่วง แต่​!!! ที่น่าห่วงคือ​ เทรนเนอร์​ ยังไม่มีใบประกอบวิชาชีพ ถึงแม้จะยังไม่มีใบประกอบวิชาชีพ แต่ในประเทศไทยก็ยังมีมหาวิทยาลัยสายวิทยาศาสตร์การกีฬาและสถาบันสอนให้ความรู้อบรม​ เกี่ยวกับการเป็นเทรนเนอร์หลายๆแห่ง​ การอบรมก็จะประกอบด้วย​ “จรรยาบรรณ​” และ”ความรู้​ ความสามารถ” ในด้านต่างๆที่จำเป็นต่อการประกอบวิชาชีพเทรนเนอร์​ เมื่อผ่านการอบรมแล้วก็จะได้รับใบ”Certified Trainer” จะเป็นการการันตีความรู้ความสามารถ​ ของเทรนเนอร์นั้นได้ อีกอย่างก็จะทำให้ลูกค้าสามารถเลือกตัดสินใจใช้บริการเทรนเนอร์ได้ง่ายขึ้น

การเป็นเทรนเนอร์ไม่ใช่เรื่องง่าย​ ไม่ใช่ใครอยากจะเป็นก็เป็น​!!! เพราะมันหมายถึงสุขภาพชีวิตของคนหนึ่งคนที่ฝากไว้กับเรา​ การเทรนเป็นเรื่องละเอียดอ่อน​ จะต้องมีการ ประเมินสุขภาพสอบถามต่างๆเกี่ยวกับลูกค้าเพื่อ วางแผนและออกแบบโปรแกรมให้สอดคล้องกับเป้าหมายของลูกค้า

หากเทรนเนอร์คนไหนไม่ถาม​ถึงสุขภาพ มาถึงจับเทรนเลย คิดได้เลยว่าไม่ควรเทรนต่อ​!!! จะเทรนได้ยังไง​ เพราะเขาไม่รู้อะไรเลยเกี่ยวกับตัวลูกค้า​ การพูดคุยสอบถามประเมินสุขภาพจะทำให้เทรนเนอร์รู้เข้าใจในตัวลูกเทรนมากขึ้น​ บางคนมีโรคประจำตัว​ ซึ่งโรคบางโรคมีการเทรนที่แตกต่างกันออกไป​ แต่ละคนจะเทรนเหมือนกันไม่ได้​ เช่นโรคหัวใจ​ ความดันโลหิต​ เบาหวาน​ คนมีอายุ​ น้ำหนักเกิน​ เด็ก​ เป็นต้น ซึ่งแต่ละคนก็มีลักษณะทางกายภาพ​ ระบบต่างๆ​ ความแข็งแรงมากน้อยที่แตกต่าง​กัน​ นับเป็นหน้าที่​ ที่สำคัญที่เทรนเนอร์จะต้องรู้และออกแบบโปรแกรมการออกกำลังกายที่เหมาะสมให้กับลูกเทรน

เทรนเนอร์ในประเทศไทยมีหลายรูปแบบ​ ทั้งที่ผ่านการเรียนรู้​ อบรม หรือโดยประสบการณ์ที่ยาวนาน​ ทั้งนี้ทั้งนั้นแล้ว​ ก็ต้องอาศัยการดูสังเกตให้ดีก่อนที่จะก่อนที่จะตัดสินใจ​ จ้างเทรนเนอร์คนนั้น​ เพราะหากตัดสินใจจ้างผิด​ หมายถึงชีวิตเปลี่ยนทันที รุนแรงแค่ไหน​ ก็คงเหมือนหมอจ่ายยาผิดให้กับเรา​ !!!! เทรนเนอร์​ ไม่ว่าจะหุ่นดีหรือไม่ดี​ ไม่ใช่ตัวชี้วัด​ ไม่ใช่สาระประเด็น​ สาระประเด็นที่สำคัญคือมีความรู้ให้ลูกค้า​ แค่นั้นพอ

หากใครที่คิดจะเป็นเทรนเนอร์ก็ควรที่จะต้องมี”จรรยาบรรณ” “ความรู้ความสามารถ”ต้องหมั่นเรียนรู้​ และหมั่นพัฒนาตัวเองอยู่เสมอ​ไม่ใช่เพื่อตัวเรา​ แต่เพื่อลูกเทรนหรือลูกค้าของเรา​ ให้สมกับที่เขาไว้ใจจ้างเรามาดูแลสุขภาพ​ ไม่ใช่จ้างเรามาเพื่อทำลายสุขภาพ​ !!!!

Pros